
วันนี้ (10 ก.ย.) ที่ จ.ลำปาง ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เข้าร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นภาคเหนือ ผ่านโครงการ “ขับเคลื่อนท้องถิ่นด้วยแนวคิด Local Growth Engine สำหรับบุคลากรองค์การบริหารส่วนจังหวัดภาคเหนือ ประจำปีงบประมาณ 2569” โดยเป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Local Growth Engine นวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น สู่ความยั่งยืน” มุ่งเป้าเสริมศักยภาพบุคลากรองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นำองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาต่อยอดจุดแข็งของพื้นที่ เพื่อสร้างโอกาสและรายได้ให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวบนเวทีตอนหนึ่งว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มีความสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนประเทศ หาก อบจ. ไม่ขยับ ประเทศก็ไม่อาจขยับได้ โดยบทบาทของท้องถิ่นนั้นเปรียบเสมือนฝาแฝดของผู้ว่าราชการจังหวัดที่ต้องทำงานร่วมกัน ท้องถิ่นมีความยึดโยงและใกล้ชิดกับประชาชน เมื่อมาทำงานผสานกับส่วนราชการต่างๆ จะสามารถเติมเต็มและเปลี่ยนแปลงประเทศได้อย่างมหาศาลในยุคที่กำลังเปลี่ยนผ่าน

รองนายกรัฐมนตรี ได้นำเสนอโครงการสำคัญ 3 ส่วนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น เริ่มจาก โครงการแก้จน โดยกระทรวง อว. สนับสนุนงบประมาณผ่านมหาวิทยาลัยในพื้นที่ เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏ เพื่อสแกนค้นหาผู้ที่ตกหล่นจากระบบ TP Map ด้วยระบบ PPPConnext พร้อมวิเคราะห์ปัญหาจากฐานทุน 5 ด้าน ได้แก่ ทุนมนุษย์ ทุนกายภาพ ทุนการเงิน ทุนธรรมชาติ และทุนทางสังคม เพื่อนำกลุ่มเป้าหมายเข้าสู่ระบบสวัสดิการแห่งรัฐและสร้างอาชีพ โดยได้กล่าวชื่นชมมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางที่สามารถส่งต่อคนเข้าสู่ระบบสวัสดิการแห่งรัฐได้ถึง 14,000 คน ซึ่งหาก อบจ. ทั่วประเทศร่วมมือกับมหาวิทยาลัยดำเนินโครงการลักษณะนี้ จะช่วยแก้ปัญหาความยากจนได้อย่างตรงจุด

ส่วนที่สองคือ เทคโนโลยีที่เหมาะสม ปัจจุบันมีแคตตาล็อกเทคโนโลยีกว่า 3,000 รายการที่ อบจ. และชุมชนสามารถเลือกนำไปประยุกต์ใช้ได้เลย เช่น โมเดลสารปรับปรุงดินของลำปาง เพื่อสร้าง "นวัตกรชุมชน" ขึ้นในพื้นที่ นำไปสู่ส่วนที่สามคือการสร้าง Local Enterprise หรือวิสาหกิจชุมชน ที่มุ่งเน้นให้ชุมชนใช้ทรัพยากรในพื้นที่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 เพื่อเป็นเสมือน "ฝายชะลอเงินออก" ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนในท้องถิ่น สร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว รวมถึงการนำนวัตกรรมมาเพิ่มมูลค่าทุนทางวัฒนธรรมเพื่อร้อยเรียงเรื่องราวเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวของภาคเหนือ

ด้านการยกระดับบริการสาธารณะ ศ.ดร.ยศชนัน เสนอให้ท้องถิ่นประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัยมาช่วยดูแลประชาชน เช่น ระบบ Telemedicine ของไทยที่สามารถนำมาเริ่มต้นใช้งานได้ทันทีด้วยงบประมาณที่คุ้มค่า ด้านการศึกษา ได้เสนอแนวทาง Zero Drop Out ผ่านการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ในโรงเรียน เพื่อให้เด็กนักเรียนมีรายได้เสริมสำหรับดูแลค่าเทอมและครอบครัว ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ รวมไปถึงการรับมือภัยพิบัติ โดยสนับสนุนให้ชุมชนร่วมกันทำแผนที่น้ำ (Water Social Map) เพื่อให้ชาวบ้านมีความรู้เรื่องน้ำท่วมน้ำแล้ง และสามารถเตรียมพร้อมรับมือเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของตนเองได้ทันท่วงที
ท้ายที่สุด ศ.ดร.ยศชนัน ได้กล่าวทิ้งท้ายเป็นภาษาเหนือเพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้บริหาร อบจ. ว่า ตนในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลพื้นที่ภาคเหนือตอนบน พร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่ายอย่างเต็มที่

“อบจ. ขาเข้ามา บางทีเฮามาจากพรรคนั้นพรรคนี้ เฮามาจากอิสระพ่อง แต่ตอนนี้เฮาเป็นคนของประชาชน.บ่ต้องแบ่งว่าเฮาเป็นใคร เป็นกระทรวงไหน และเป็นพรรคไหน เพราะว่าวันนี้ผมเชื่อว่าถ้าเฮาทำงานได้ดี ประชาชนก็จะเป็นคนเลือกเฮาปิ๊กขึ้นมาใหม่”
ทั้งนี้ โครงการ “ขับเคลื่อนท้องถิ่นด้วยแนวคิด Local Growth Engine สำหรับบุคลากร อบจ.ภาคเหนือ ประจำปี 2569” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9–11 ก.ย. 2569 ณ ม.ราชภัฏลำปาง ภายใต้ความร่วมมือของสมาพันธ์ อบจ.ภาคเหนือ อบจ.ลำปาง และสมาคม อบจ.แห่งประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างความรู้และส่งเสริมการใช้นวัตกรรมยกระดับเศรษฐกิจชุมชน โดยมีนายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย นางสาวตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร นายก อบจ.ลำปาง ตลอดจนคณะผู้บริหาร อบจ. 17 จังหวัดภาคเหนือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียงกว่า 500 คน
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.