เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “การบูรณาการความรู้ทางการเงินในมหาวิทยาลัย: กลไกสำคัญสู่การพัฒนาทุนมนุษย์” ในงาน “CMDF/CMRI Capital Market Research Symposium 2026” เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้และผลงานวิจัยด้านตลาดทุน ตลอดจนเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานกำกับดูแล ภาคธุรกิจตลาดทุน และภาคีเครือข่าย ซึ่งจัดโดย กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) โดยสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน (CMRI) โดยมี ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. ศ.(พิเศษ) กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน นายจักรชัย บุญยะวัตร ผู้จัดการกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) ภาคธุรกิจตลาดทุน นักวิชาการ นักวิจัย และนักลงทุน เข้าร่วม ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียนอินทรวิชัย ชั้น 7 อาคารบีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การบูรณาการความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) ควบคู่ไปกับการสร้างกรอบความคิดแบบผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Mindset) เป็นรากฐานสำคัญในการพลิกโฉมการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเปลี่ยนผ่านบุคลากรและนักศึกษา จากการเป็นเพียงผู้หางาน(Job Seeker) ให้ก้าวขึ้นเป็นผู้สร้างงาน (Job Creator) ที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจนวัตกรรมได้ ที่ผ่านมาแม้ประเทศไทยจะมีบุคลากรและงานวิจัยขั้นสูงจำนวนมาก แต่กลับพบว่าเรายังขาดบริษัทระดับยูนิคอร์นหรือ Deep Tech สตาร์ตอัปที่สามารถแข่งขันในระดับโลกได้ สาเหตุสำคัญมาจากข้อจำกัดด้านความเข้าใจในตลาดทุนและการขยายผลเชิงพาณิชย์ ดังนั้นกระทรวง อว. จึงเตรียมผลักดันกลไก “University Holding Consortium” เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายต่างๆ เปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยสามารถร่วมลงทุน บริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และนำงานวิจัยคุณภาพสูงออกสู่ตลาดได้อย่างเป็นรูปธรรม
รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า การสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) จำเป็นต้องเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) อย่างบูรณาการตั้งแต่ต้นน้ำ โดยเชื่อมโยงวัตถุดิบท้องถิ่นจากเกษตรกร ผ่านกลไกสหกรณ์ชุมชน สู่ SME และภาคการผลิต พร้อมทั้งใช้สตาร์ตอัปในการยกระดับนวัตกรรมเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (VC) โดยกระทรวง อว. จะมุ่งเน้นการสนับสนุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ประเทศไทยมีศักยภาพและจุดแข็ง ได้แก่ เศรษฐกิจสุขภาวะ (Wellness Economy) ซึ่งยังต้องการกลไกทุนสนับสนุนเพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีระดับฐานรากจากธรรมชาติ โดยใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามหาศาลยิ่งกว่าน้ำมัน เพื่อดึงดูดผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุนจากทั่วโลก และผลักดันให้ประเทศไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดดและยั่งยืน

![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.