
เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน Super AI Engineer: The 6th National Workforce Transformation โดยมี ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. พร้อมด้วยผู้บริหาร นักศึกษา และผู้เข้าร่วมโครงการ เข้าร่วม ณ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า เบื้องหลังความสำเร็จของโครงการ Super AI Engineer ในแต่ละซีซัน เกิดจากความทุ่มเทของทีมงาน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ “การสร้างคน” โครงการไม่ได้มุ่งเพียงการถ่ายทอดความรู้ แต่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ฝึกฝนจากการปฏิบัติจริง ผ่านการแข่งขัน การทำงานร่วมกัน และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมที่เข้มข้น ส่งผลให้ผู้เข้าร่วมได้รับทั้งทักษะ ประสบการณ์ และเครือข่ายที่สามารถนำไปต่อยอดได้จริง จึงนับเป็นโครงการสำคัญในการพัฒนากำลังคนด้าน AI ของประเทศ

รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อว. กล่าวว่า ประเทศไทยต้องยกระดับจาก “AI Literacy สู่ AI Entrepreneur” จากการใช้ AI ในระดับทั่วไป เช่น การสร้างคอนเทนต์หรือความบันเทิง ไปสู่การใช้ AI เพื่อสร้างธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมใหม่ ๆ พร้อมเร่งพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเชิงลึก ทั้ง AI Researcher และ AI Engineer เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการวิจัย พัฒนา และสร้างเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ประเทศ พร้อมสร้าง “อธิปไตยทางข้อมูล” (Data Sovereignty) โดยนำอัตลักษณ์และจุดแข็งของไทย หรือ Thainess มาเป็นฐานในการพัฒนาเทคโนโลยี โดยเฉพาะการพัฒนา โมเดลภาษาขนาดใหญ่ของไทย (Thai LLM) และฐานข้อมูลอัตลักษณ์ไทยที่ครอบคลุมภาษา วัฒนธรรม Soft Power ตลอดจนข้อมูลแบบ Multi-modal เช่น สิ่งแวดล้อม ทางทะเล และอวกาศ เพื่อให้ไทยสามารถเป็นเจ้าของและใช้ประโยชน์จากข้อมูลของตนเอง ลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มจากต่างประเทศ

ศ.ดร.ยศชนัน เน้นย้ำว่า การพัฒนากำลังคนต้องเดินควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยต่อยอดความสำเร็จของโครงการ Super AI Engineer ซึ่งดำเนินมาถึงรุ่นที่ 6 พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานระดับชาติ อาทิ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กำหนดกฎเกณฑ์ และสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของบริษัทไทยและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนี้ Cybersecurity เป็นอีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ต้องเร่งพัฒนา โดยมุ่งสร้างระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ภายในประเทศ ลดการพึ่งพาซอฟต์แวร์จากต่างชาติ และเสริมความมั่นคงให้กับระบบดิจิทัลของประเทศ ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ธนาคาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“ที่สำคัญการผลักดัน Siam Silica และการพัฒนาเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ (Computing) จะช่วยขยายขีดความสามารถของไทยจากการพัฒนาซอฟต์แวร์ไปสู่เทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ Optics, Photonics และ IC Chips พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยเข้าไปมีบทบาทใน Value Chain ของ Data Center ระดับโลก เปลี่ยนจากการเป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยี สู่การเป็นผู้พัฒนาและสร้างมูลค่าในห่วงโซ่เทคโนโลยีระดับโลก อันจะนำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีของประเทศในระยะยาว” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ข่าว : นางสาวปาลิตา ตระกูลพานิชย์กิจ
ถ่ายภาพ : นายสุรกิจ แก้วมรกต
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
กลุ่มสื่อสารองค์กร
โทรศัพท์ 0 2333 3700
E-mail : pr@mhesi.go.th
Facebook : MHESIThailand
Instagram : mhesithailand
Tiktok : @mhesithailand
X (Twitter) : @MHESIThailand
YouTube : @MHESIThailand
Call Center 1313
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.