
เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรส่งเสริมคุณภาพกรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษาและผู้บริหารระดับสูงในสถาบันอุดมศึกษา รุ่นที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2569 (สบส.9) โดยมี ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. กรรมการสภาและผู้บริหารระดับสูง เข้าร่วม ณ โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า โจทย์ใหญ่ในการยกระดับขีดความสามารถของประเทศ ต้องก้าวข้ามกับดัก “การแข่งขันระยะสั้น” ที่เน้นขายสินค้าแบบผิวเผินจนถูกลอกเลียนแบบและตัดราคาได้ง่าย โดยต้องเชื่อมโยงความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) เข้ากับการเติบโตอย่างทั่วถึง (Inclusiveness) ผ่านการสร้างนวัตกรรมเชิงลึกที่หยั่งรากจากจุดแข็งท้องถิ่นสู่เวทีโลก ยกตัวอย่าง การผสานพลังระหว่างเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพรพื้นถิ่นเฉพาะพื้นที่ในจังหวัดน่าน เข้ากับสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นด้านการแพทย์และเทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่คู่แข่งระดับโลกที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ เนื่องจากความเข้มแข็งที่แท้จริงเกิดจากองค์ความรู้และทรัพยากรเฉพาะตัวที่เราเชี่ยวชาญที่สุด ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืน

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า สังคมไม่ควรจำกัดนิยามของคำว่า “นวัตกรรม” ไว้เฉพาะเทคโนโลยีขั้นสูง งานวิจัยในห้องปฏิบัติการ หรือโครงการอวกาศระดับโลกเท่านั้น แต่นวัตกรรมคือสิ่งที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์และแก้ปัญหาได้จริง ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่เทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) ที่ชุมชนเข้าถึงได้ ไปจนถึงเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) โดยมีกรอบความคิด 2 มิติ คือความลึกซับซ้อนของเทคโนโลยีและขนาดของตลาดผู้ใช้งาน ซึ่งไม่ว่าจะเริ่มต้นจากเทคโนโลยีระดับลึกซึ้งแล้วค่อยขยายผล หรือเริ่มจากแพลตฟอร์มที่มีฐานผู้ใช้งานขนาดใหญ่แล้วค่อยต่อยอดเทคโนโลยีขั้นสูง ท้ายที่สุดทุกอย่างจะปรับตัวเข้าสู่จุดสมดุล หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การเริ่มต้นจากสิ่งที่มีอยู่ในมือ แล้วมุ่งมั่นพัฒนาให้ลึกซึ้ง ต่อยอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ให้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง

สำหรับทิศทางของสถาบันอุดมศึกษา ศ.ดร.ยศชนัน เน้นย้ำว่า มหาวิทยาลัยไทยไม่จำเป็นต้องเดินตามรอยโมเดลเดียวกันทั้งประเทศ แต่ควรจัดโครงสร้างและสร้างความสมดุลระหว่าง 3 เสาหลัก คือ การศึกษา วิจัย และนวัตกรรม โดยแต่ละแห่งมีเส้นทางการเติบโต (Pathway) ที่ตอบโจทย์ต่างกัน มหาวิทยาลัยกลุ่มวิจัยอาจเน้นขับเคลื่อนองค์ความรู้ขั้นสูง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมุ่งสร้างนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ ขณะที่มหาวิทยาลัยเชิงพื้นที่ต้องเน้นการแก้ปัญหาและยกระดับชุมชน ทั้งนี้ ทุกกลุ่มต้องเชื่อมโยงถึงกันได้โดยไม่ถูกจำกัดด้วยกรอบความคิดเดิม นอกจากนี้ ยังชี้ถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปฏิรูประบบประเมินผลและเกณฑ์ตำแหน่งทางวิชาการให้สะท้อนคุณค่าจริง ไม่บีบบังคับให้นักวิชาการต้องผลิตเพียงตำราหรือเอกสารวิชาการ แต่ต้องเปิดโอกาสและให้คุณค่าแก่ผลงานนวัตกรรมที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในสังคม
“การทำงานโดยยึดวัฒนธรรมการทำงานแบบ “วันแมนโชว์” (One-Man Show) ถึงจะทำให้เติบโตได้รวดเร็วแต่เปราะบางและดับสูญได้ง่าย ขอให้สถาบันการศึกษาและหน่วยงานต่างๆ ก้าวข้ามการทำงานแบบนี้ แล้วหันมาร่วมมือกันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการจัดสรรและใช้ทรัพยากรร่วมกันภายในกระทรวงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด แทนที่จะต่างคนต่างโตหรือมุ่งแสวงหาพันธมิตรจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว การผนึกกำลังกันระหว่างมหาวิทยาลัยที่มีจุดแข็งคนละด้านจะช่วยปิดจุดอ่อน เสริมความแข็งแกร่งซึ่งกันและกัน และผลักดันให้การศึกษาและงานวิจัยของไทยตอบโจทย์เป้าหมายสูงสุด นั่นคือการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมและขับเคลื่อนประเทศให้ยืนหยัดบนเวทีการแข่งขันระดับโลกได้อย่างมั่นคง“ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ข่าว : นางสาวปาลิตา ตระกูลพานิชย์กิจ
ถ่ายภาพ : นายสุรกิจ แก้วมรกต
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
กลุ่มสื่อสารองค์กร
โทรศัพท์ 0 2333 3700
E-mail : pr@mhesi.go.th
Facebook : MHESIThailand
Instagram : mhesithailand
Tiktok : @mhesithailand
X (Twitter) : @MHESIThailand
YouTube : @MHESIThailand
Call Center 1313
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.