
เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ปาฐกถา ในหัวข้อ “The Hope in Thai Education: พลิกโฉมการศึกษาไทย แบบไหนที่คนไทยมีความหวัง” ภายในงาน “National Education Forum 2026” เวทีประชุมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านนโยบายและทิศทางการศึกษาไทยระดับชาติ เปิดพื้นที่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษามาร่วมพูดคุยถึง อนาคตและการพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศไทย พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการเครื่องมือการจัดการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนจากภาคีเครือข่ายการศึกษา โดยมี นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. คณะผู้บริหารหน่วยงานภาคีเครือข่ายทางการศึกษา เข้าร่วม ณ อาคารภิรัช ฮอลล์ 1 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญที่สุดของการศึกษาไม่ใช่เพียงการตามแก้ปัญหาในระบบ แต่คือการตั้งคำถามว่าจะทำอย่างไรให้คนไทยมีความหวังกับการศึกษา การศึกษาต้องเปรียบเสมือนสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่นเดียวกับไฟฟ้าหรือน้ำประปา ที่ไม่ว่าผู้เรียนจะเกิดหรือเติบโตที่ใด ก็ต้องมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่สามารถสร้างอนาคตและชีวิตที่ดีกว่าเดิมได้ ซึ่งควรต้องแก้ไขปัญหาที่แก่นแท้ โดยการเชื่อมโยงการเรียนรู้เข้ากับการยกระดับคุณภาพชีวิต มากกว่าการมุ่งเน้นเพียงตัวชี้วัดหรือคะแนนประเมินอย่าง PISA เพราะหากการศึกษาสามารถทำให้ผู้เรียนมีชีวิตที่ดีขึ้น สามารถดูแลครอบครัวและพัฒนาบ้านเกิดได้ ตัวชี้วัดต่างๆ ก็จะปรับตัวสูงขึ้นตามมาเองอย่างยั่งยืน

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า เราควรเปลี่ยนผ่านจากการปฏิรูปการศึกษา ไปสู่การสร้าง “ระบบการพัฒนาบุคลากร (Human Development System)” ที่เปิดกว้างและรองรับคนทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็ก วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ เพื่อไม่ให้ประเทศสูญเสียโอกาส โดยสามารถแบ่งความหวังของการศึกษาออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1.Hope to Discover โดยจัดการศึกษาแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Education) ให้ผู้เรียนค้นพบความถนัดของตนเอง โดยดึงเทคโนโลยี AI มาช่วยวิเคราะห์ความถนัดเฉพาะบุคคล 2.Hope to Learn การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเน้นการสร้างองค์ความรู้พื้นฐานที่แข็งแกร่ง เพื่อให้ผู้เรียนสามารถปรับตัวและเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ได้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี 3.Hope to Work โดยการปรับหลักสูตรให้ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมใหม่ มุ่งเป้าให้เด็กไทยสามารถจบออกไปทำงานได้ทั่วโลก ไม่ใช่เพียงในประเทศเท่านั้น 4.Hope to rise โดยการสร้างความเท่าเทียมและศักดิ์ศรีในทุกวุฒิการศึกษา โดยเฉพาะสายอาชีวศึกษา (ปวช./ปวส.) ที่ต้องได้รับการเชิดชูและมีโอกาสเทียบเท่าสายสามัญ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถทำงานส่งเสียตนเองและครอบครัวได้รวดเร็วขึ้น 5.Hope to Dream โดยส่งเสริมให้ผู้เรียน กล้าที่จะมีความฝัน สามารถนำความรู้ไปแก้ปัญหา สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ และเติบโตเป็นผู้ประกอบการที่สามารถสร้างรายได้กลับเข้าสู่ประเทศได้

“การศึกษาไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงที่เกี่ยวกับการศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นนโยบายความมั่นคงและมั่งคั่งระดับชาติ ที่ทุกกระทรวงต้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน นอกจากนี้ การศึกษายังรวมไปถึงการดูแลสุขภาพและพัฒนาการทางสมองตั้งแต่ทารกในครรภ์มารดา ตลอดจนการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวไปสู่เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Intelligence Economy) เพราะความฉลาดและศักยภาพของคนไทยคือจุดแข็งที่สุดที่จะนำพาประเทศก้าวไปข้างหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.