
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมหารือกับนายเซท เบลีย์ (Mr. Seth Bailey) รองผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา สำนักกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก และคณะ เกี่ยวกับแนวทางการขยายความร่วมมือไทย–สหรัฐฯ ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะการพัฒนากำลังคนทักษะสูง โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เซมิคอนดักเตอร์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. และผู้บริหารสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เข้าร่วม ณ ทำเนียบรัฐบาล

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับประเทศที่มีศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อยกระดับขีดความสามารถของประเทศ โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมกำลังคน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และระบบนิเวศด้าน AI ซึ่งสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพสูงในด้านดังกล่าว ทั้งนี้ ตนอยากเสนอให้ไทยและสหรัฐฯ พิจารณาจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อกำหนดประเด็นความร่วมมือที่มีเป้าหมายชัดเจน พร้อมคัดเลือกโครงการนำร่องที่สามารถพัฒนาเป็นต้นแบบและขยายผลไปสู่ความร่วมมือในด้านอื่นต่อไป

สำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ไทยมีศักยภาพและฐานการผลิตที่สามารถต่อยอดเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค โดยเฉพาะการประกอบ การทดสอบ และการบรรจุภัณฑ์ชิป รวมถึงอุตสาหกรรมแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB/PCBA) ขณะที่ประเทศไทยมีมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมในระยะต่อไป รัฐบาลจึงเดินหน้าขับเคลื่อน “Siam Silica” เพื่อพัฒนาระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ของไทย ทั้งด้านเทคโนโลยีเป้าหมาย การออกแบบชิป โฟโตนิกส์ อุปกรณ์กำลัง การประกอบและทดสอบชิป ตลอดจนการพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม (สอวช.)
รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า กระทรวง อว. และสถาบันอุดมศึกษาไทยมีความร่วมมือกับหน่วยงานและสถาบันของสหรัฐฯ ในด้านเซมิคอนดักเตอร์และ AI ที่ดำเนินการแล้วหลายด้าน อาทิ กระทรวง อว. ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับ Arizona State University (ASU) เมื่อเดือนกันยายน 2568 โดยมีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครเป็นสถาบันหลัก เพื่อพัฒนาศักยภาพอาจารย์และร่วมออกแบบหลักสูตรด้านเซมิคอนดักเตอร์ นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร และบริษัท Lumentum ด้านเซมิคอนดักเตอร์และโฟโตนิกส์ รวมถึงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยไทยกับ Analog Devices
ส่วนด้าน AI มีความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่าง Carnegie Mellon University กับ CMKL University ความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับ NVIDIA ซึ่งพัฒนาเป็น Chula AI Center ในปี 2569 รวมถึงความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว. กับ Amazon Web Services (AWS) ในการพัฒนาทักษะดิจิทัลและ AI ให้แก่เครือข่ายมหาวิทยาลัยไทย สะท้อนถึงฐานความร่วมมือที่สามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนากำลังคนและระบบนิเวศเทคโนโลยีของไทยได้

ด้านนายเซท เบลีย์ กล่าวถึงแนวทางของสหรัฐฯ ในการส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะข้อริเริ่ม AI SPARK ซึ่งอยู่ภายใต้แนวทางความร่วมมือด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ มุ่งสนับสนุนการนำเทคโนโลยีและโซลูชัน AI ของสหรัฐฯ ไปใช้ในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมสนับสนุนด้านเทคนิคและการดำเนินงานสำหรับภาครัฐที่สนใจนำเทคโนโลยี AI ไปประยุกต์ใช้ในภาคส่วนต่าง ๆ (PublicNow)

การหารือครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวของความร่วมมือไทย–สหรัฐฯ ในการเชื่อมโยงศักยภาพด้านการศึกษา วิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยมุ่งพัฒนากำลังคนทักษะสูง ต่อยอดเทคโนโลยีสำคัญ และเสริมสร้างระบบนิเวศด้านเซมิคอนดักเตอร์และ AI ให้สามารถตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศไทยและภูมิภาคได้ในอนาคต
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.