กระทรวง อว.

search

navmobiletoggle
  • About us
    • History
    • Vision and Mission
    • Policy / Strategy
    • Official emblems and Ministry logos
    • Mission Structure
    • Organizational Structure
    • Executive
    • CIO
    • Government Weblink
    • Laws / Rules
  • Flagship Project
  • Scholarships
  • Service
  • News
    • Activities
    • Announcement
  • Data Repository
    • Publication Documents
    • Mobile Application
  • Service Center
--
+
A
  • TH
  • EN
กระทรวง อว.กระทรวง อว.
  • About us
    • History
    • Vision and Mission
    • Policy / Strategy
    • Official emblems and Ministry logos
    • Mission Structure
    • Organizational Structure
    • Executive
    • CIO
    • Government Weblink
    • Laws / Rules
  • Flagship Project
  • Scholarships
  • Service
  • News
    • Activities
    • Announcement
  • Data Repository
    • Publication Documents
    • Mobile Application
  • Service Center

extenmenu

เมนู
  • กฐินพระราชทาน
  • Thai University Consortium
  • ห้องสมุด อว.
  • Search
  • คำถามที่พบบ่อย
  • แบบฟอร์มร้องเรียน
  • Contact
  • Sitemap
  • สถิติการเข้าชมเว็บไซต์
  • เข้าสู่ระบบ/ออกจากระบบ
Rectangle 150
  • Home
  • ภาพข่าวและกิจกรรม
  • ข่าวสารหน่วยงาน

แผ่นดินไหวใหญ่ติดต่อกัน โลกกำลังผิดปกติจริงหรือ?

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
17 Aug 2026

     นักวิจัยศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ สรุปสถิติแผ่นดินไหวปี 2569 เปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลัง 100 ปี ระบุเป็นเหตุการณ์ที่อยู่ในกรอบความผันผวนตามธรรมชาติ แต่ต้องเปลี่ยนความตื่นตระหนกของประชาชนให้เป็นการเตรียมพร้อมรับมือ

     รศ. ดร.ภาสกร ปนานนท์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์และสื่อต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ว่าเหตุการณ์ในประเทศฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เวเนซุเอลา โคลอมเบีย ไปจนถึงหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก พร้อมภาพแรงสั่นสะเทือนที่รับรู้ได้เป็นบริเวณกว้าง อาคารสูงแกว่งตัว ความเสียหายของอาคารบ้านเรือน และการอพยพผู้คนอย่างรีบร้อน ได้สร้างความรู้สึกร่วมในสังคมว่าเปลือกโลกกำลังเคลื่อนตัวถี่และรุนแรงขึ้นอย่างผิดปกติ

    “เมื่อข้อมูลข่าวสารเดินทางถึงมือเราแทบจะทันที คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าแผ่นดินไหวแต่ละครั้งมีขนาดเท่าใด แต่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไล่เลี่ยกันนี้กำลังส่งสัญญาณว่าโลกเข้าสู่ช่วงเวลาผิดปกติหรือไม่ และประเทศไทยควรตื่นตระหนกเพียงใด”

     หากพิจารณาผ่านข้อมูลจาก USGS ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 17 สิงหาคม 2569 ทั่วโลกพบแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ตั้งแต่ 7.0 ถึง 7.9 จำนวน 11 เหตุการณ์ โดยยังไม่มีเหตุการณ์ขนาด 8.0 ขึ้นไป เมื่อนำไปเทียบกับสถิติระยะยาวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2469 โลกมีแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ขึ้นไปเฉลี่ยปีละราว 10-20 ครั้ง และใหญ่กว่า 8 ประมาณปีละครั้ง ชี้ชัดว่าจำนวนแผ่นดินไหวใหญ่ยังคงอยู่ในกรอบความผันผวนตามธรรมชาติ เป็นกระบวนการที่เกิดซ้ำเป็นประจำ ที่สำคัญเกือบทั้งหมดเกิดตรงรอยต่อแผ่นธรณีภาคไม่ได้เกิดสะเปะสะปะทั่วทั้งโลก เพราะเปลือกโลกชั้นนอกไม่ได้เป็นแผ่นเดียว แต่แบ่งออกเป็นแผ่นธรณีภาคหลายแผ่นที่เคลื่อนที่ช้า ๆ เมื่อแผ่นธรณีภาคชนกัน แยกออกจากกัน หรือเลื่อนผ่านกัน ความเค้นจะสะสมตามรอยเลื่อน เมื่อความเค้นมากกว่าแรงเสียดทาน รอยเลื่อนจึงเลื่อนตัวอย่างฉับพลันและปลดปล่อยพลังงานออกมาเป็นคลื่นแผ่นดินไหว

     นักวิจัยระบุว่า สาเหตุที่ทำให้รู้สึกว่าแผ่นดินไหวเกิดถี่ขึ้นมีปัจจัยหลักจากความเร็วและประสิทธิภาพของเทคโนโลยีสื่อสาร เครือข่ายตรวจวัดที่มีจำนวนมากขึ้นทำให้ USGS สามารถระบุตำแหน่งแผ่นดินไหวได้ราว 20,000 เหตุการณ์ต่อปี หรือเฉลี่ย 55 เหตุการณ์ต่อวัน ภาพและข่าวจากพื้นที่ประสบภัยจึงส่งตรงถึงผู้คนทั่วโลกอย่างรวดเร็วมาก อย่างไรก็ตามสถิติไม่ผิดปกติไม่ได้แปลว่าไม่อันตราย เพราะผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไม่ได้กำหนดด้วยค่าขนาดแผ่นดินไหวเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความลึก ระยะห่างจากเมือง ทิศทางการเลื่อนตัวของรอยเลื่อน สภาพชั้นดิน และความเปราะบางของสิ่งปลูกสร้าง แผ่นดินไหวตื้นใกล้เมืองใหญ่อาจสร้างความเสียหายร้ายแรงจากดินถล่ม ดินเหลว ไฟไหม้ หรือสึนามิในทะเล ได้มากกว่าแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในระดับลึกและอยู่ไกลออกไป แม้ประเทศไทยแม้จะไม่ได้ตั้งอยู่บนขอบแผ่นธรณีภาคหลักโดยตรงแต่ได้รับอิทธิพลจากเขตมุดตัวสุมาตรา-อันดามัน การเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนในเมียนมา และกลุ่มรอยเลื่อนมีพลังภายในประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่แอ่งตะกอนอ่อนอย่างกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่ในหลายภูมิภาคของไทย ที่มีคุณสมบัติขยายคลื่นไหวสะเทือนคาบยาวจากระยะไกล ทำให้อาคารสูงสั่นไหวได้อย่างชัดเจน ดังนั้นเราจึงต้องมีเตรียมพร้อมในการรับมือกับภัยธรรมชาติโดยอาศัยความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อลดความตื่นตระหนก

     “ในส่วนวิชาการนั้นมีความจำเป็นต้องเข้าใจสาเหตุและแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย รวมถึงศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัจจัยต่าง ๆ ทั้งสภาพธรณีวิทยา การออกแบบอาคารบ้านเรือนให้แข็งแรง เพื่อลดความสูญเสียจากแผ่นดินไหวให้มากที่สุด ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนมีความปลอดภัยจากแผ่นดินไหวและสึนามิ โดยศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติได้รับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผ่านสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพราะในท้ายที่สุดเมื่อเรามีข้อมูลที่ถูกต้องจะช่วยลดความตื่นตระหนก และมีความปลอดภัยในชีวิตจากการเตรียมพร้อมรับมือก่อนที่จะเกิดภัยพิบัติ” รศ. ดร.ภาสกรกล่าวทิ้งท้าย

     แผ่นดินไหวใหญ่ติดต่อกัน โลกกำลังผิดปกติจริงหรือ?

  นักวิจัยศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ สรุปสถิติแผ่นดินไหวปี 2569 เปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลัง 100 ปี ระบุเป็นเหตุการณ์ที่อยู่ในกรอบความผันผวนตามธรรมชาติ แต่ต้องเปลี่ยนความตื่นตระหนกของประชาชนให้เป็นการเตรียมพร้อมรับมือ

    รศ. ดร.ภาสกร ปนานนท์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์และสื่อต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ว่าเหตุการณ์ในประเทศฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เวเนซุเอลา โคลอมเบีย ไปจนถึงหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก พร้อมภาพแรงสั่นสะเทือนที่รับรู้ได้เป็นบริเวณกว้าง อาคารสูงแกว่งตัว ความเสียหายของอาคารบ้านเรือน และการอพยพผู้คนอย่างรีบร้อน ได้สร้างความรู้สึกร่วมในสังคมว่าเปลือกโลกกำลังเคลื่อนตัวถี่และรุนแรงขึ้นอย่างผิดปกติ
“เมื่อข้อมูลข่าวสารเดินทางถึงมือเราแทบจะทันที คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าแผ่นดินไหวแต่ละครั้งมีขนาดเท่าใด แต่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไล่เลี่ยกันนี้กำลังส่งสัญญาณว่าโลกเข้าสู่ช่วงเวลาผิดปกติหรือไม่ และประเทศไทยควรตื่นตระหนกเพียงใด”

     หากพิจารณาผ่านข้อมูลจาก USGS ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 17 สิงหาคม 2569 ทั่วโลกพบแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ตั้งแต่ 7.0 ถึง 7.9 จำนวน 11 เหตุการณ์ โดยยังไม่มีเหตุการณ์ขนาด 8.0 ขึ้นไป เมื่อนำไปเทียบกับสถิติระยะยาวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2469 โลกมีแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ขึ้นไปเฉลี่ยปีละราว 10-20 ครั้ง และใหญ่กว่า 8 ประมาณปีละครั้ง ชี้ชัดว่าจำนวนแผ่นดินไหวใหญ่ยังคงอยู่ในกรอบความผันผวนตามธรรมชาติ เป็นกระบวนการที่เกิดซ้ำเป็นประจำ ที่สำคัญเกือบทั้งหมดเกิดตรงรอยต่อแผ่นธรณีภาคไม่ได้เกิดสะเปะสะปะทั่วทั้งโลก เพราะเปลือกโลกชั้นนอกไม่ได้เป็นแผ่นเดียว แต่แบ่งออกเป็นแผ่นธรณีภาคหลายแผ่นที่เคลื่อนที่ช้า ๆ เมื่อแผ่นธรณีภาคชนกัน แยกออกจากกัน หรือเลื่อนผ่านกัน ความเค้นจะสะสมตามรอยเลื่อน เมื่อความเค้นมากกว่าแรงเสียดทาน รอยเลื่อนจึงเลื่อนตัวอย่างฉับพลันและปลดปล่อยพลังงานออกมาเป็นคลื่นแผ่นดินไหว

    นักวิจัยระบุว่า สาเหตุที่ทำให้รู้สึกว่าแผ่นดินไหวเกิดถี่ขึ้นมีปัจจัยหลักจากความเร็วและประสิทธิภาพของเทคโนโลยีสื่อสาร เครือข่ายตรวจวัดที่มีจำนวนมากขึ้นทำให้ USGS สามารถระบุตำแหน่งแผ่นดินไหวได้ราว 20,000 เหตุการณ์ต่อปี หรือเฉลี่ย 55 เหตุการณ์ต่อวัน ภาพและข่าวจากพื้นที่ประสบภัยจึงส่งตรงถึงผู้คนทั่วโลกอย่างรวดเร็วมาก อย่างไรก็ตามสถิติไม่ผิดปกติไม่ได้แปลว่าไม่อันตราย เพราะผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไม่ได้กำหนดด้วยค่าขนาดแผ่นดินไหวเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความลึก ระยะห่างจากเมือง ทิศทางการเลื่อนตัวของรอยเลื่อน สภาพชั้นดิน และความเปราะบางของสิ่งปลูกสร้าง แผ่นดินไหวตื้นใกล้เมืองใหญ่อาจสร้างความเสียหายร้ายแรงจากดินถล่ม ดินเหลว ไฟไหม้ หรือสึนามิในทะเล ได้มากกว่าแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในระดับลึกและอยู่ไกลออกไป แม้ประเทศไทยแม้จะไม่ได้ตั้งอยู่บนขอบแผ่นธรณีภาคหลักโดยตรงแต่ได้รับอิทธิพลจากเขตมุดตัวสุมาตรา-อันดามัน การเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนในเมียนมา และกลุ่มรอยเลื่อนมีพลังภายในประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่แอ่งตะกอนอ่อนอย่างกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่ในหลายภูมิภาคของไทย ที่มีคุณสมบัติขยายคลื่นไหวสะเทือนคาบยาวจากระยะไกล ทำให้อาคารสูงสั่นไหวได้อย่างชัดเจน ดังนั้นเราจึงต้องมีเตรียมพร้อมในการรับมือกับภัยธรรมชาติโดยอาศัยความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อลดความตื่นตระหนก

     “ในส่วนวิชาการนั้นมีความจำเป็นต้องเข้าใจสาเหตุและแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย รวมถึงศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัจจัยต่าง ๆ ทั้งสภาพธรณีวิทยา การออกแบบอาคารบ้านเรือนให้แข็งแรง เพื่อลดความสูญเสียจากแผ่นดินไหวให้มากที่สุด ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนมีความปลอดภัยจากแผ่นดินไหวและสึนามิ โดยศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติได้รับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผ่านสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพราะในท้ายที่สุดเมื่อเรามีข้อมูลที่ถูกต้องจะช่วยลดความตื่นตระหนก และมีความปลอดภัยในชีวิตจากการเตรียมพร้อมรับมือก่อนที่จะเกิดภัยพิบัติ” รศ. ดร.ภาสกรกล่าวทิ้งท้าย

เผยแพร่ข่าว : นางสาวเยาวลักษณ์  ทับช้างโท

สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
กลุ่มสื่อสารองค์กร
โทรศัพท์ 0 2333 3700
E-mail : pr@mhesi.go.th
Facebook : MHESIThailand
Instagram : mhesithailand
Tiktok : @mhesithailand
X (Twitter) : @MHESIThailand
YouTube : @MHESIThailand
Call Center 1313

โฆษก อว. ชวนคนไทยร่วม “นับถอยหลังสู่ประวัติศาสตร์” ส่งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ฝีมือคนไทย CE-7 MATCH มุ่งหน้าสู่วงโคจรดวงจันทร์ 24 สิงหาคมนี้ “ศรีญาดา” เปิดเวที “3 Minute Talk” พร้อมมอบรางวัลเยาวชนนักสื่อสารวิทย์ฯ ขับเคลื่อนนวัตกรรมวิศวกรรมชีวการแพทย์ มุ่งพัฒนานวัตกรรมยกระดับระบบสาธารณสุขไทย ปั้นผู้นำยุคใหม่สู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูง
  • สกสว. จัดการประชุมวิชาการระดับ ...
    ข่าวสารหน่วยงาน
    สกสว. จัดการประชุมวิชาการระดับชาติ หนุนแวดวงวิจัย ประเมินผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคมของผลงานวิจัยโดย...
    12 Oct 2021
    วว. จัดอบรมมาตรฐานการทดสอบ วิจ ...
    ข่าวสารหน่วยงาน
    วว. จัดอบรมมาตรฐานการทดสอบ วิจัยพัฒนาระบบราง ให้แก่หน่วยงานสถาบันวิจัยการก่อสร้างแห่งชาติมาเลเซีย
    12 Jul 2022
    30th Anniversary Story of NSTD ...
    ข่าวสารหน่วยงาน
    30th Anniversary Story of NSTDA: สวทช. พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมสัตว์น้ำไทย
    30 Aug 2021
    ดูทั้งหมด >

เรื่องล่าสุด

แผ่นดินไหวใหญ่ติดต่อกัน โลกกำล ...
ข่าวสารหน่วยงาน
แผ่นดินไหวใหญ่ติดต่อกัน โลกกำลังผิดปกติจริงหรือ?
17 Aug 2026
“ศุภชัย”มอบโล่ขอบคุณพันธมิตรจั ...
ข่าวผู้บริหาร สป.อว.
“ศุภชัย”มอบโล่ขอบคุณพันธมิตรจัดงาน "มหกรรมวิทย์ฯ 69" มุ่งสานพลังเสริมทักษะวิทย์-เทคโนโลยี-นวัตกรรม ห...
15 Aug 2026
สวทช. ปักหมุด “Food Surplus Cr ...
ข่าวสารหน่วยงาน
สวทช. ปักหมุด “Food Surplus Credit” เปลี่ยนอาหารส่วนเกินเป็นคาร์บอนเครดิต ขับเคลื่อนวาระความยั่งยืนร...
14 Aug 2026

กระทรวงการ อว.

  • อว.พารับส่วนลด
    • รวมรายการสินค้าและบริการ
    • ท่องเที่ยว
    • อาหาร
    • บริการ
    • ชอปปิง
  • User Menu (Discount)
    • เนื้อหาของฉัน
    • แก้ไขข้อมูลส่วนตัว
    • ออกจากระบบ
  • เมนูหลัก
    • Home
    • About us
      • History
      • Vision and Mission
      • Policy / Strategy
      • Official emblems and Ministry logos
      • Mission Structure
      • Organizational Structure
      • Executive
      • CIO
      • Government Weblink
      • Laws / Rules
    • Flagship Project
    • Scholarships
    • Service
    • News
      • Activities
      • Announcement
    • Data Repository
      • Publication Documents
      • Mobile Application
        • iOS
        • Andriod
    • Service Center
  • แนะนำหน่วยงาน
    • ความเป็นมา
    • Vision and Mission
    • นโยบาย/ยุทธศาสตร์กระทรวง
    • โครงสร้างภารกิจกระทรวง
    • ผู้บริหารกระทรวง
    • โครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ
    • ลิงก์หน่วยงาน
    • กฏหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ
    • เกี่ยวกับซีไอโอ
  • ทุนกระทรวง
    • ทุนกระทรวงทั้งหมด
    • ทุนพัฒนาอาจารย์
    • ทุนสำหรับนิสิต/นักศึกษา
    • ทุนวิจัย
  • ภาพข่าวและกิจกรรม
    • ภาพข่าวและกิจกรรม
    • ข่าวผู้บริหาร
    • ข่าวสารหน่วยงาน
  • เมนูอื่นๆ
    • กฐินพระราชทาน
    • Thai University Consortium
    • ห้องสมุด อว.
    • Search
    • คำถามที่พบบ่อย
    • แบบฟอร์มร้องเรียน
    • Contact
    • Sitemap
    • สถิติการเข้าชมเว็บไซต์
    • เข้าสู่ระบบ/ออกจากระบบ

map แผนที่และการเดินทาง

faqคำถามที่พบบ่อย

faqเสนอแนะ/ร้องเรียน

faqแผนผังเว็บไซต์

กระทรวง อว.

แอปพลิเคชั่นทั้งหมดของกระทรวง

ios app andriod app 

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.

WCAG 2.0 (Level AAA)

ติดตามเราได้ที่   facebook twitter youtube This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.