
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Science & Space Diplomacy” ภายในงาน Thailand Space Expo 2026 โดยมี นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. นางศรินยา สาขากร ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. นายปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรด้านอวกาศต่างประเทศเข้าร่วม ณ ห้อง MR 1 ชั้น 7 ทรูไอคอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า เทคโนโลยีอวกาศไม่ได้มีประโยชน์แค่ด้านเศรษฐกิจ แต่ยังช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและสร้างความยั่งยืนให้กับโลกได้ โดยมีแนวคิดสำคัญ 5 ด้าน หรือ 5P ได้แก่ People (ผู้คน) การนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยเหลือประชาชนและสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ Planet (โลก) การใช้ข้อมูลจากดาวเทียมร่วมกับ AI เพื่อติดตามสิ่งแวดล้อม บริหารจัดการน้ำ และรับมือภัยพิบัติได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ Prosperity (ความเจริญรุ่งเรือง) การใช้เทคโนโลยีอวกาศสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ โดยเฉพาะในช่วงที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า Partnership (ความร่วมมือ) การสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและหน่วยงานต่าง ๆ เพราะการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศต้องอาศัยความเชี่ยวชาญจากหลายฝ่าย และ Peace (สันติภาพ) การใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อปกป้องมนุษยชาติและสร้างประโยชน์ให้แก่คนทั่วโลก

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า ประเทศไทยสามารถต่อยอดความร่วมมือด้านอวกาศจากโครงการดาวเทียม THEOS ซึ่งมีประเทศฝรั่งเศสเข้ามามีส่วนร่วม โดยการพัฒนาดาวเทียมต้องใช้เทคโนโลยีจากหลายสาขา ทั้งเซมิคอนดักเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ วัสดุศาสตร์ และพลังงาน จึงเป็นโอกาสในการเชื่อมโยงองค์ความรู้และพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องให้เติบโตไปพร้อมกัน ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในภาคพลเรือนและด้านความมั่นคง (Dual-use Technology) เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการลงทุนและต่อยอดการใช้งานได้หลากหลาย ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศของประเทศไทย มี 2 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1. ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศ (Space Enabler) โดยนำข้อมูลจากดาวเทียมมาใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร การจัดการภัยพิบัติ การตรวจวัดคุณภาพดิน และการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับประเทศไทยที่มีภาคเกษตรกรรมเป็นฐานเศรษฐกิจ พร้อมพัฒนาซอฟต์แวร์และ AI เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแหล่ง รวมถึงเพิ่มระบบเซนเซอร์และความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ เพื่อให้การพยากรณ์และการรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และ 2. สร้างอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจใหม่จากเทคโนโลยีอวกาศ โดยพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องควบคู่กัน ทั้งอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ วิศวกรรมความแม่นยำสูง การทดสอบอุปกรณ์มาตรฐานอวกาศ และอุปกรณ์การแพทย์ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมเดิม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ และส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่สนใจเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และเทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น

ข่าว : นางสาวปาลิตา ตระกูลพานิชย์กิจ
ถ่ายภาพ : นายนนท์ปวิธ บุญหล้า
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
กลุ่มสื่อสารองค์กร
โทรศัพท์ 0 2333 3700
E-mail : pr@mhesi.go.th
Facebook : MHESIThailand
Instagram : mhesithailand
Tiktok : @mhesithailand
X (Twitter) : @MHESIThailand
YouTube : @MHESIThailand
Call Center 1313
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.