
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Using Science and Technology to Overcome Thailand’s Water Challenges” ในงานสัมมนา “The Future of Water: AI, Weather Resilience, and Frontier Technologies for Water Security” ซึ่งจัดโดยธนาคารกรุงเทพ โดยร่วมเวทีกับคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำระดับโลกจาก MIT โดยมี นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. และ ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. เข้าร่วม ณ ห้อง Magnolia Ballroom ชั้น 10 โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ

ศ.ดร.ยศชนัน อธิบายผ่านหลักฟิสิกส์ของน้ำว่า น้ำท่วมและภัยแล้งเกิดขึ้นควบคู่กัน และหัวใจสำคัญไม่ใช่แค่เรื่องของปริมาณน้ำอย่างเดียวเท่านั้น แต่คือการบริหารจัดการ “จังหวะของน้ำ“ ซึ่งแม้จะเปลี่ยนปริมาณฝนไม่ได้ แต่สามารถชะลอความเร็วของน้ำได้ ด้วยการกักเก็บน้ำตั้งแต่ต้นน้ำและฟื้นฟูป่าตามแนวทาง Nature-based Solutions เพื่อลดความรุนแรงของน้ำหลากในเขตเมือง

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า จากการลงพื้นที่สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่านเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พบว่าฝนตกหนักบนภูเขาทำให้มวลน้ำไหลหลากเข้าตัวเมืองอย่างรวดเร็ว แม้ สสน. หรือสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) จะมีระบบตรวจวัดข้อมูลทางไกล (Telemetry) แต่ประชาชนยังเข้าใจข้อมูลได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อน้ำหลากในเวลากลางคืน จึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยที่เข้าใจง่าย เหมาะกับบริบทท้องถิ่น (Localize) และรับฟังเสียงชุมชน

ทั้งนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ได้ประกาศความร่วมมือกับคณาจารย์ MIT เพื่อนำเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) มาแก้ปัญหาน้ำของไทย พร้อมเสนอให้ภาคเหนือของไทยเป็น "Living Water Laboratory" หรือพื้นที่ทดลองจริง ขั้นตอนเริ่มจากการติดตั้งเครือข่ายเซนเซอร์ เรดาร์ และดาวเทียม จากนั้นใช้ Hydrological Digital Twin วิเคราะห์ปัจจัยการเกิดน้ำท่วม ทดลองฟื้นฟูป่าและระบบเตือนภัยอัจฉริยะ แล้วพิสูจน์ผลลัพธ์ในพื้นที่ เพื่อเปลี่ยนภาคเหนือจากพื้นที่รับเทคโนโลยีให้เป็นพื้นที่ค้นพบทางวิทยาศาสตร์

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวอีกว่า ประเทศไทยต้องเปลี่ยนจากผู้ใช้เป็นผู้สร้างเทคโนโลยีด้านน้ำ ผ่านโครงสร้างพื้นฐาน 3 ด้าน ได้แก่ แบบจำลอง AI สำหรับพยากรณ์น้ำระดับชาติ (Thai Hydro Foundation Model) ซอฟต์แวร์จำลองการไหลของน้ำเฉพาะลุ่มน้ำไทย (Thailand Water Digital Twin Engine) และเซนเซอร์ต้นทุนต่ำสำหรับพื้นที่ห่างไกล (Thai Water Sensor & Edge AI)ซึ่งทั้งหมดนี้ต่อยอดจาก สสน. และระบบ ThaiWater ที่มีอยู่แล้ว องค์ความรู้เหล่านี้ยังถ่ายทอดสู่ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ระดับ SMEs และบริษัท Deep Tech ได้ เพื่อขยายสู่ตลาดโลก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ Global South ซึ่งเผชิญฝนมรสุมและภูมิประเทศเขตร้อนคล้ายประเทศไทย

"เราไม่ควรรอให้ภัยพิบัติสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ แต่ต้องเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสในการสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สามารถต่อยอดเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) ของประเทศ ทั้งช่วยรับมือกับปัญหาน้ำและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวปิดท้าย
ข่าว : นางสาวปาลิตา ตระกูลพานิชย์กิจ, Nop Kong
ถ่ายภาพ : นายฐิติพงศ์ แสงรักษ์
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
กลุ่มสื่อสารองค์กร
โทรศัพท์ 0 2333 3700
E-mail : pr@mhesi.go.th
Facebook : MHESIThailand
Instagram : mhesithailand
Tiktok : @mhesithailand
X (Twitter) : @MHESIThailand
YouTube : @MHESIThailand
Call Center 1313
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.