
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบนโยบายในการอบรมเชิงปฏิบัติการ “โครงการยกระดับศักยภาพเครือข่าย อว. ส่วนหน้า และครูกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ด้านการติดตามสถานการณ์น้ำและรับมือภาวะวิกฤต สนับสนุนศูนย์ข้อมูลน้ำระดับจังหวัด” ในพื้นที่ภาคกลาง โดยมี นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง อว. ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) ตลอดจนบุคลากรเครือข่าย อว. ส่วนหน้า ครู สกร. และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนงานนี้มาจากการลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งพบว่าประชาชนบางพื้นที่ต้องเผชิญทั้งปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และความมั่นคงในการดำรงชีวิต จึงนำไปสู่การผลักดันให้ใช้ข้อมูลและองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ช่วยให้ประชาชนคาดการณ์สถานการณ์และวางแผนชีวิตได้ดียิ่งขึ้น โดยยกระดับแพลตฟอร์ม ThaiWater ให้เป็นแหล่งข้อมูลกลางที่เชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. พร้อมพัฒนาระบบประมวลผลและแบบจำลองเพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ความเสี่ยงและการตัดสินใจในระดับพื้นที่ รวมถึงพัฒนาข้อมูลน้ำระดับจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ให้หน่วยงานและประชาชนเข้าถึงและนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อว. กล่าวต่อว่า บทบาทของเครือข่าย อว. ส่วนหน้า และครูกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ไม่ใช่เพียงการถ่ายทอดวิธีใช้งาน ThaiWater เท่านั้น แต่ต้องช่วยให้ชุมชนเข้าใจแนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดความเสี่ยง ตั้งแต่การกำหนดเส้นทางอพยพ จุดปลอดภัย และการดูแลกลุ่มเปราะบาง ไปจนถึงการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นตัวอย่างกรณีศึกษาของจังหวัดน่าน ซึ่งผู้นำชุมชนใช้ข้อมูลฝนและระดับน้ำประกอบการแจ้งเตือนและวางแผนอพยพประชาชน แนวทางดังกล่าวสะท้อนถึงความจำเป็นในการเชื่อมโยงข้อมูลจากส่วนกลางเข้ากับความรู้และประสบการณ์ของคนในพื้นที่ ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือให้พร้อมก่อนเกิดภัยพิบัติ ใช้ข้อมูลวางแผนรับมือทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง ตลอดจนต่อยอดงานวิจัยเพื่อพัฒนาแนวทางการสร้างอาชีพที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชน

“เทคโนโลยีสารสนเทศไม่ใช่คำตอบทั้งหมด แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คนตัดสินใจได้ดีขึ้น และข้อมูลจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อถูกนำไปใช้ให้ถูกคน ถูกพื้นที่ และถูกเวลา โดยมความร่วมมือของเครือข่าย อว. ส่วนหน้า ครู สกร. มหาวิทยาลัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเชื่อมโยงข้อมูลและองค์ความรู้สู่การปฏิบัติจริง เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนชีวิตและตัดสินใจรับมือกับสถานการณ์น้ำได้ด้วยตนเอง พร้อมยกระดับการเฝ้าระวัง การแจ้งเตือน และการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

ทั้งนี้ การอบรมเชิงปฏิบัติการดังกล่าวจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 21–22 ตุลาคม 2569 มุ่งพัฒนาศักยภาพเครือข่าย อว. ส่วนหน้า และครู สกร. ในพื้นที่ภาคกลาง ให้มีความรู้และทักษะในการติดตาม วิเคราะห์ และรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติด้านน้ำ ต่อยอดจากการอบรมครั้งที่ 1 ณ มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก ระหว่างวันที่ 23–24 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การเสวนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการภัยพิบัติน้ำ การฝึกปฏิบัติใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ThaiWater การวิเคราะห์สถานการณ์น้ำเพื่อการเตือนภัยและจัดทำรายงาน ตลอดจนการพัฒนากลไกเครือข่าย อว. ส่วนหน้า เพื่อเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับศูนย์ข้อมูลน้ำระดับจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรม
ข่าว : นางสาวธัญวรัตน์ เหมทานนท์
ถ่ายภาพ : นายสุรกิจ แก้วมรกต
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
กลุ่มสื่อสารองค์กร
โทรศัพท์ 0 2333 3700
E-mail : pr@mhesi.go.th
Facebook : MHESIThailand
Instagram : mhesithailand
Tiktok : @mhesithailand
X (Twitter) : @MHESIThailand
YouTube : @MHESIThailand
Call Center 1313
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.