เมื่อวันที่ 1 ต.ค. นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับมอบหมายจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ให้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ด้านการขับเคลื่อนนวัตกรรมไทย ภายในงานประกาศผลการประกวด “Up the Phase. Upgrade the World” สารเปลี่ยนสถานะสู่นวัตกรรมเปลี่ยนโลกอนาคต ซึ่งเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นวัตกรไทยได้นำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาผสานกับความคิดสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาผลงานที่ตอบโจทย์การใช้งาน และสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมี ดร.อัญชัญ ชมภูพวง รองผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน นายฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) คณะผู้บริหาร และผู้แทนหน่วยงานพันธมิตร เข้าร่วม ณ ห้องประชุม Beyond The River ชั้น 57 อาคาร One City Centre

นายดนุพร กล่าวว่า การประกวดครั้งนี้คือการนำ Bio-PCM (Bio-Phase Change Material) หรือวัสดุเปลี่ยนสถานะชีวภาพ มาต่อยอดเป็นแนวทางการจัดการอุณหภูมิสำหรับชีวิตประจำวันและภาคอุตสาหกรรม เปิดพื้นที่ให้นวัตกรได้ศึกษา ทดลอง และค้นหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการนำองค์ความรู้ด้านวัสดุมาช่วยแก้ปัญหา ยกระดับคุณภาพชีวิต และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับอุตสาหกรรมไทย โดยอนาคตของประเทศไทยขึ้นอยู่กับความสามารถในการเปลี่ยนความรู้ให้เกิดคุณค่า และพัฒนาศักยภาพของคนไทยให้เป็นพลังขับเคลื่อนประเทศ เราจึงต้องเชื่อมโยงการพัฒนาคน การสร้างองค์ความรู้ และการนำผลงานไปใช้ประโยชน์เข้าด้วยกัน เพื่อให้นวัตกรรมสามารถเติบโตและต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้อย่างมั่นคง แนวทางนี้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวง อว. ภายใต้ทิศทาง “ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์ หรือ Thailand²” ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคน เพื่อยกระดับผลิตภาพของอุตสาหกรรมเดิม และสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในการขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่เราควรร่วมกันผลักดัน มี 3 ประการ ดังนี้ ประการแรก คือการพัฒนาคนให้สามารถนำความรู้มาแก้ปัญหาได้จริง โดยต้องเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา นักวิจัย ผู้ประกอบการ และผู้ที่สนใจ ได้เรียนรู้และทำงานร่วมกันผ่านโจทย์จริง เพื่อพัฒนาทักษะทั้งการคิดวิเคราะห์ การทดลอง และการทำความเข้าใจผู้ใช้ ตลอดจนการมองเห็นโอกาสในการนำผลงานไปต่อยอดทางธุรกิจ เวทีการประกวดครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาคน ทุกทีมได้ฝึกนำความรู้มาสร้างผลงาน ทดสอบแนวคิด และเรียนรู้จากข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ ประสบการณ์เหล่านี้จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการเติบโตเป็นนวัตกรและผู้ประกอบการที่พร้อมรับความท้าทายในอนาคต

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง อว. กล่าวต่อว่า ประการที่สอง คือการเชื่อมงานวิจัยกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม กระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับการนำงานวิจัยมาตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและประชาชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิต การบรรลุเป้าหมายนี้ต้องอาศัยความร่วมมือ โดยเชื่อมองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัย เข้ากับประสบการณ์ด้านการผลิตและความเข้าใจตลาดของภาคเอกชน เพื่อให้ผลงานสามารถก้าวจากห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้งานจริง สำหรับผลงานที่นำเสนอในวันนี้ ก้าวต่อไปคือการพัฒนาและทดสอบให้รอบด้าน ทั้งประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ความคุ้มค่า และความเป็นไปได้ในการผลิต เพื่อยกระดับต้นแบบให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ตอบโจทย์ตลาด และได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ใช้ ประการที่สาม คือการต่อยอดจุดแข็งของประเทศสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง โดยประเทศไทยมีทั้งทรัพยากร องค์ความรู้ และบุคลากรที่มีศักยภาพ การนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาพัฒนาจุดแข็งเหล่านี้ จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และบริการ พร้อมสร้างโอกาสให้เกิดธุรกิจและอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งการต่อยอด Bio-PCM บนเวทีแห่งนี้ เป็นตัวอย่างของการนำองค์ความรู้ด้านวัสดุมาพัฒนาแนวทางการใช้งานที่หลากหลาย โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการสร้างประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมที่สามารถพิสูจน์ได้ ผมอยากเห็นผลงานที่มีศักยภาพได้รับการพัฒนาต่อร่วมกับพันธมิตร ทั้งด้านการวิจัย การผลิต และการตลาด เพื่อให้เกิดผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงจากองค์ความรู้ของคนไทย และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศในระยะยาว

“จากผู้สมัคร 107 ทีมทั่วประเทศ สู่ 10 ทีมสุดท้าย เราได้เห็นทั้งพลังความคิด ความมุ่งมั่น และความสามารถของคนไทย รวมถึงคุณค่าของการเปิดโอกาสให้นวัตกรได้พบกับผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการ เพื่อร่วมกันพัฒนาความคิดให้ก้าวไปสู่การสร้างประโยชน์จริง โดยเป้าหมายที่เราควรมุ่งไปด้วยกัน คือการทำให้คนไทยสามารถสร้างเทคโนโลยี ต่อยอดเป็นธุรกิจ และนำความสำเร็จนั้นมาสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป” นายดนุพร กล่าว

![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.