
เมื่อวันที่ 1 ก.ค. นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับมอบหมายจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ให้เป็นประธานในพิธีเปิดงานราชภัฏยะลา พัฒนาท้องถิ่นชายแดนใต้ ครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิด "คลังปัญญาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนสู่สากล ประจำปี พ.ศ. 2569" พร้อมปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ "มหาวิทยาลัยมีดีกว่าที่คิด ภายใต้การการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาท้องถิ่นชายแดนภาคใต้" โดยมี นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการบูรณาการการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ รศ.ดร.ช่วงโชติ พันธุเวช นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ผศ.ดร.ศิริชัย นามบุรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา ผู้แทนหน่วยงานราชการ ภาคเอกชนภาคประชาสังคม เข้าร่วม ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา
นายดนุพร กล่าวว่า ในโลกปัจจุบันความสามารถในการแข่งขันของประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับ พลังขององค์ความรู้ นวัตกรรม และทุนมนุษย์ ด้วยเหตุนี้ กระทรวง อว. จึงกำหนด ยุทธศาสตร์ "อว. เพื่อโอกาสประเทศไทย (MHESI for AIl)" เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่ และทุกช่วงวัย สามารถเข้าถึงโอกาสจากการศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมอย่างเท่าเทียม โดยสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ที่มุ่งยกระดับประเทศสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ภายใต้ประเด็นในการขับเคลื่อนนโยบายของ อว. ได้ ไม่ว่าจะเป็นการนำงานวิจัยไปพัฒนาพื้นที่ (Research to Market) โดยจังหวัดยะลาและสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีศักยภาพสูงด้านทรัพยากรชีวภาพ เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน สมุนไพร และทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ซึ่งสามารถต่อยอดสู่ อาหารแห่งอนาคต (Future Food) ผลิตภัณฑ์สุขภาพและสมุนไพร วัสดุชีวภาพจากยางพารา เกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสุขภาพ มหาวิทยาลัยจึงต้องทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างองค์ความรู้กับเศรษฐกิจของพื้นที่อย่างแท้จริง
ผู้ช่วย รมว.อว. กล่าวต่อว่า ด้านการขับเคลื่อนนโยบาย University as Innovation Hub มหาวิทยาลัยต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้ผลิตบัณฑิต ไปสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมของพื้นที่ รวมทั้งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG และ Halal Innovation Hub การพัฒนาพื้นที่ในอนาคตต้องขับเคลื่อนด้วยโมเดล BCG Economy ซึ่งมุ่งใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่างคุ้มค่า อีกทั้งยังมุ่งขับเคลื่อน Soft Power และทุนวัฒนธรรมพหุวัฒนธรรม ผ่านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ การท่องเที่ยว และการออกแบบและดิจิทัลคอนเทนต์ เพื่อยกระดับวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นมูลค่าเศรษฐกิจ โดยไม่สูญเสียอัตลักษณ์ของชุมชน นอกจากนี้ ยังมุ่งขับเคลื่อนนโยบาย Malaysia-Southern Border Economic Corridor เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนชายแดน ความร่วมมือด้านการศึกษาและวิจัย การพัฒนากำลังคนร่วมกัน เศรษฐกิจดิจิทัลข้ามพรมแดน โดยมหาวิทยาลัยจะเป็นตัวกลางสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศ และอีกประเด็นที่สำคัญคือการขับเคลื่อนงานวิจัยเพื่อการพัฒนาพื้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาได้พัฒนางานวิจัยที่มุ่งแก้ปัญหาและสร้างโอกาสให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ งานวิจัยด้านเศรษฐกิจฐานราก เพื่อพัฒนาอาชีพและรายได้ชุมชน งานวิจัยด้านเกษตรมูลค่าสูงและ BCG งานวิจัยด้านฮาลาล

“ความสำเร็จของการพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยพลังร่วมของทุกภาคส่วน ภายใต้เป้าหมายการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน และกระทรวง อว. พร้อมร่วมขับเคลื่อนเพื่อให้โอกาสจากการศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม เข้าถึงทุกพื้นที่ของประเทศไทย หากเราสามารถเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นนวัตกรรม เปลี่ยนมหาวิทยาลัยให้เป็นศูนย์กลางการพัฒนา และเปลี่ยนพื้นที่ชายแดนให้เป็นพื้นที่แห่งโอกาสประเทศไทยจะเติบโตอย่างสมดุล มั่นคง และยั่งยืนอย่างแท้จริงต่อไป” นายดนุพร กล่าว
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.