กระทรวง อว.

search

navmobiletoggle
  • แนะนำหน่วยงาน
    • ความเป็นมา
    • วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • นโยบาย/ยุทธศาสตร์กระทรวง
    • เครื่องหมายราชการ และ ตราสัญลักษณ์กระทรวง
    • โครงสร้างภารกิจกระทรวง
    • โครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ
    • ผู้บริหารกระทรวง
    • เกี่ยวกับซีไอโอ
    • ลิงก์หน่วยงาน
    • ​กฎหมาย/กฎเกณฑ์
  • โครงการกระทรวง
  • ทุนกระทรวง
    • ทุนกระทรวงทั้งหมด
    • ทุนพัฒนาอาจารย์
    • ทุนสำหรับนิสิต/นักศึกษา
    • ทุนวิจัย
  • บริการ
    • บริการทั้งหมด
    • สถาบันอุดมศึกษา
    • นิสิต/นักศึกษา
    • อาจารย์
    • นักวิทยาศาสตร์/นักวิจัย
    • ผู้ประกอบการ
    • ภาครัฐ
  • ข่าวและประกาศ
    • ประมวลภาพกิจกรรม "น้อมรำลึก ในหลวง ร.9"
    • ภาพข่าวและกิจกรรม
      • ข่าวรัฐมนตรี
      • ข่าวผู้บริหาร สป.อว.
      • ข่าวสารหน่วยงาน
    • ข่าวสารและประกาศ
      • ข่าวประกาศ
      • ประกาศงานบุคลากร
      • ข่าวประชุม อบรม สัมนา
      • ข่าวสารน่าสนใจ [พรบ.ข่าวสาร]
  • คลังข้อมูล
    • เอกสารเผยแพร่กระทรวง
    • เอกสารเผยแพร่จากภายนอก
    • e-Book เพราะเธอเป็นลมหายใจ
    • e-Book S&T Series
    • อินโฟกราฟิก
    • วีดิทัศน์
    • โมไบล์แอปพลิเคชัน
  • ศูนย์บริการร่วม
--
+
A
  • TH
  • EN
กระทรวง อว.กระทรวง อว.
  • แนะนำหน่วยงาน
    • ความเป็นมา
    • วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • นโยบาย/ยุทธศาสตร์กระทรวง
    • เครื่องหมายราชการ และ ตราสัญลักษณ์กระทรวง
    • โครงสร้างภารกิจกระทรวง
    • โครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ
    • ผู้บริหารกระทรวง
    • เกี่ยวกับซีไอโอ
    • ลิงก์หน่วยงาน
    • ​กฎหมาย/กฎเกณฑ์
  • โครงการกระทรวง
  • ทุนกระทรวง
    • ทุนกระทรวงทั้งหมด
    • ทุนพัฒนาอาจารย์
    • ทุนสำหรับนิสิต/นักศึกษา
    • ทุนวิจัย
  • บริการ
    • บริการทั้งหมด
    • สถาบันอุดมศึกษา
    • นิสิต/นักศึกษา
    • อาจารย์
    • นักวิทยาศาสตร์/นักวิจัย
    • ผู้ประกอบการ
    • ภาครัฐ
  • ข่าวและประกาศ
    • ประมวลภาพกิจกรรม "น้อมรำลึก ในหลวง ร.9"
    • ภาพข่าวและกิจกรรม
      • ข่าวรัฐมนตรี
      • ข่าวผู้บริหาร สป.อว.
      • ข่าวสารหน่วยงาน
    • ข่าวสารและประกาศ
      • ข่าวประกาศ
      • ประกาศงานบุคลากร
      • ข่าวประชุม อบรม สัมนา
      • ข่าวสารน่าสนใจ [พรบ.ข่าวสาร]
  • คลังข้อมูล
    • เอกสารเผยแพร่กระทรวง
    • เอกสารเผยแพร่จากภายนอก
    • e-Book เพราะเธอเป็นลมหายใจ
    • e-Book S&T Series
    • อินโฟกราฟิก
    • วีดิทัศน์
    • โมไบล์แอปพลิเคชัน
  • ศูนย์บริการร่วม

extenmenu

เมนู
  • กฐินพระราชทาน
  • Thai University Consortium
  • ห้องสมุด อว.
  • ค้นหา
  • คำถามที่พบบ่อย
  • แบบฟอร์มร้องเรียน
  • ติดต่อกระทรวง
  • แผนผังเว็บไซต์
  • สถิติการเข้าชมเว็บไซต์
  • เข้าสู่ระบบ/ออกจากระบบ
Rectangle 150
  • หน้าแรก
  • ภาพข่าวและกิจกรรม
  • ข่าวสารหน่วยงาน

ไทยทำได้! ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แถลงความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ ผลิต “Lab-on-a-chip” ฝีมือคนไทย ย่อห้องแล็บสู่ชิปขนาดเล็ก ขึ้นสถานีอวกาศนานาชาติ

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
28 พ.ค. 2569

2

  กรุงเทพมหานคร (27 พฤษภาคม 2569) – ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดงานแถลงข่าวครั้งประวัติศาสตร์เปิดตัวโครงการ “TIGERS-X” (Thailand Innovative G-force varied Emulsification Research for Space exploration) หรือ “นวัตกรรมหุ่นยนต์วิจัยอาหารทางการแพทย์ด้วยเทคโนโลยีระดับอวกาศ” ณ อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อประกาศความสำเร็จในการส่งชุดการทดลองวิทยาศาสตร์แนวหน้าฝีมือคนไทยขึ้นไปปฏิบัติการจริงบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ด้วยการย่อห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ลงมาให้อยู่ในรูปแบบของ Lab-on-a-chip ซึ่งมีขนาดเล็กมากเทียบเท่ากับแผ่นชิปหรือนามบัตรเพื่อให้สามารถบรรจุลงในกล่อง Payload ขนาดเท่าโน้ตบุ๊ก พร้อมเปิดห้องควบคุมภารกิจเชื่อมต่อข้อมูลตรงจากอวกาศสู่พื้นโลกเป็นครั้งแรกของประเทศไทย โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร. แพทย์หญิงรวงผึ้ง สุทเธนทร์ รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ , รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีรภัทร อึ้งตระกูล รักษาการคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วเรศ จันทร์เจริญ อาจารย์ผู้พัฒนาโครงการ Tigers-X ร่วมแถลงความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์นี้ ณ ห้องบรรยาย 3A-301 ชั้น ๓ อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน

3

      ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กล่าวว่า ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มุ่งมั่นดำเนินงานตามพระปณิธานใน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงมุ่งหวังให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เป็นรากฐานในการสร้างสรรค์องค์ความรู้ นวัตกรรม และบริการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานสากล ความสำเร็จของโครงการ TIGERS-X ที่ได้รับการนำส่งขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ด้วยยานอวกาศ Dragon ของบริษัท SpaceX ในภารกิจ SpaceX CRS-34 เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา จึงเป็นหมุดหมายสำคัญของประเทศไทยในเวทีโลก เป็นเครื่องพิสูจน์ชัดเจนว่านักวิจัยไทยมีขีดความสามารถในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีขั้นสูงที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล และสามารถปฏิบัติงานวิจัยในอวกาศได้สำเร็จ “นโยบายสูงสุดของเราคือการสร้างความยั่งยืนด้านสาธารณสุข และเปลี่ยนบทบาทของประเทศไทยจาก ‘ผู้ซื้อเทคโนโลยี’ ให้กลายมาเป็น ‘ผู้พัฒนาและส่งออกนวัตกรรมระดับโลก’ พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจอวกาศและยกระดับการแพทย์แม่นยำอัตโนมัติเพื่อมวลมนุษยชาติ รวมถึงการเปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์ไทยรุ่นใหม่ได้เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานระดับสากล” ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ เน้นย้ำ

4

     ด้าน ศาสตราจารย์ ดร. แพทย์หญิงรวงผึ้ง สุทเธนทร์ รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กำกับดูแลด้านวิจัยและนวัตกรรม เผยว่า โครงการ TIGERS-X คือตัวอย่างความสำเร็จที่ชัดเจนที่สุดของการก้าวไปสู่งานวิจัยขั้นสูงในระดับ Frontier Research หรือ 'งานวิจัยแนวหน้า' ในขอบเขตความรู้ใหม่ที่โลกกำลังให้ความสนใจ โดยภารกิจนี้เป็นการส่งหุ่นยนต์ระบบต้นแบบการผสมสารอาหารทางหลอดเลือดดำ หรือ TPN (Total Parenteral Nutrition) ขึ้นไปศึกษาพฤติกรรมและการพัฒนาเทคโนโลยีภายใต้สภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ (Microgravity) เพื่อศึกษาปรากฏการณ์ทางชีวการแพทย์และวิศวกรรมที่หาไม่ได้บนโลก

     ขณะที่ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีรภัทร อึ้งตระกูล รักษาการคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ได้กล่าวถึงโครงการ TIGERS-X ว่ามีความภาคภูมิใจที่โครงการเกิดจากความมุ่งมั่นความทุ่มเทของคณาจารย์และนักวิจัยของคณะซึ่งความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ที่มุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระบบสุขภาพเพื่อสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืนผ่านการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ แล้วก็การสร้างสรรค์งานวิจัยที่จะตอบโจทย์อนาคตของสังคม โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา คณะได้มีส่วนร่วมในเรื่องของการสนับสนุนระบบนิเวศด้านการวิจัย สนับสนุนเครื่องมือ ทรัพยากร และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรม จนทำให้แนวคิดจากห้องปฏิบัติการสามารถก้าวไปสู่การทดลองในสถานีอวกาศนานาชาติได้สำเร็จ ซึ่งสิ่งนี้ก็เป็นข้อพิสูจน์สำคัญว่าจริงๆ งานวิจัยของคนไทยทางด้านวิชาการ งานวิจัยของคณะได้รับการยอมรับในระดับสากล เป้าหมายสำคัญคือการสร้าง 'แพทย์นักวิจัย' และ 'นักนวัตกรรม' ที่มีทักษะแห่งอนาคต โดยความสำเร็จในโครงการนี้ที่นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วเรศ จันทร์เจริญ และคณะวิจัย จะเป็นแรงบันดาลใจครั้งใหญ่ให้กับนักศึกษาแพทย์ บุคลากร และนักวิจัยรุ่นใหมรในการคิดนอกกรอบเพื่อร่วมกันสร้างสรรค์พัฒนานวัตกรรมใหม่เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคมในอนาคต พร้อมทั้งขอขอบพระคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุน ทั้งหน่วยงานภายในราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์อย่างคณะนวัตกรรมอาหารและโภชนาการ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และหน่วยงานภายนอก ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) GISTDA สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ และหน่วยงานพันธมิตรอีกหลายแห่ง

5

      ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วเรศ จันทร์เจริญ อาจารย์ผู้พัฒนาโครงการ TIGERS-X ได้เจาะลึกถึงรายละเอียดนวัตกรรมว่า โครงการนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จหลังจากประเทศไทยเคยเข้ารอบ 1 ใน 10 ของโครงการ Deep Space Food Challenge ของ NASA ในปี 2565 (ในนามทีม KEETA) โดยทีมวิจัยได้ท้าทายตนเองด้วยเทคโนโลยีแกนหลักอย่าง Lab-on-a-chip ซึ่งเป็นการออกแบบไมโครชิปที่ย่อส่วนห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ขนาดใหญ่ให้ลงมาอยู่ในระดับชิปขนาดเท่ากับนามบัตรต่อกันเพียง 2 ใบ ทำให้สามารถย่อขนาดชุดการทดลอง (Payload) ทั้งหมดให้เหลือขนาดกะทัดรัดเท่าโน้ตบุ๊กเพื่อความเหมาะสมในการขนส่งทางอวกาศ โดยโจทย์ทางวิทยาศาสตร์หลักที่ต้องการศึกษาคือปรากฏการณ์อิมัลชัน (Emulsification) ซึ่งเป็นการผสมกันของของเหลวที่ไม่สามารถเข้ากันได้อย่างน้ำและน้ำมัน ซึ่งเป็นพื้นฐานของวิทยาศาสตร์อาหารและเวชภัณฑ์ มีเป้าหมายเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมเชิงโมเลกุลโดยปราศจากการรบกวนของแรงโน้มถ่วงบนพื้นโลก เบื้องต้นคณะวิจัยได้ทำการทดลองบนเที่ยวบินสภาวะไร้น้ำหนัก (Zero-G Flight) พบว่าน้ำกับน้ำมันสามารถผสมกันได้โดยไม่ต้องอาศัยแรงกล (static mixing) ตรงกับสมมติฐานที่ได้ตั้งไว้ข้างต้น จึงได้ขยายผลไปสู่การทดลองบนสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station: ISS) ที่สามารถศึกษาพฤติกรรมดังกล่าวได้ในระยะเวลานานขึ้น ทั้งนี้ ชุดทดลอง TIGERS-X ได้เริ่มเปิดระบบเพื่อเชื่อมต่อสัญญาณกับสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ได้สำเร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อคืนวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เวลา 22.00 น. ที่ผ่านมา และได้รับข้อมูลการทดลองชุดแรกส่งตรงจากอวกาศกลับมายังห้องควบคุมพื้นโลกอย่างสด ๆ ร้อน ๆ โดยผลการทดลองในเบื้องต้นพบว่า ในสภาวะสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง แรงตึงผิวจะกลายเป็นแรงหลักที่ส่งผลต่อพฤติกรรมของของเหลว ทำให้เห็นน้ำเป็นเส้นโค้งที่ชัดเจน ส่งผลให้น้ำมันและน้ำไม่แยกชั้นกัน และผสมกันได้ดีขึ้นกว่าบนโลกอย่างมีนัยสำคัญ

6   7

8   9

     ดร.วเรศ เผยต่อว่า การผลิตและส่งชุดปฏิบัติการ Lab-on-a-chip ฝีมือคนไทยขึ้นไปในครั้งนี้ ได้สร้างผลผลิตและโอกาสครั้งสำคัญให้กับวงการอุตสาหกรรมไทยและระดับสากลใน 6 มิติหลัก ได้แก่:

  • เทคโนโลยี Lab-on-a-chip: ห้องทดลองขนาดเล็กเท่าชิปหรือการย่อส่วนแล็บสำหรับการวิจัยชีวการแพทย์ขั้นสูง เช่น การวิจัยเซลล์มะเร็งและการตกผลึกยาในอวกาศ ซึ่งเป็น Frontier Research ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ ซึ่ง Lab-on-a-chip เป็นหัวใจสำคัญของการทดลองครั้งนี้ซึ่งเป็นการปล่อยของเหลวให้ไหลในห้องทดลองขนาดเล็กเท่าชิป (Lab-on-a-Chip) ซึ่งมีรูปทรงเรขาคณิต ที่มีชื่อเรียกว่า Tesla Valve มีหน้าที่ทำให้เกิดกระแสปั่นป่วน (turbulence) จากการเคลื่อนที่ของของเหลวไหลภายในรูปทรงเรขาคณิตเป็นเหตุให้ ของเหลวเกิดการผสมกันอย่างมีประสิทธิภาพในสภาวะไร้น้ำหนักบนสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งของเหลวที่ใช้ในการทดสอบผสม ได้แก่ โภชนาการทางหลอดเลือด
  • ระบบ On-board Computer (OBC) ฝีมือไทย: คอมพิวเตอร์ควบคุมขนาดจิ๋วที่ทีมวิจัยพัฒนาขึ้นเองเพื่อสั่งการชิป และผ่านการทดสอบมาตรฐานขั้นสูงทางทหาร (MIL Standard หรือ Military Standard) ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าทำงานบนอวกาศได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถส่งข้อมูลกลับมาบนโลกแบบ Real-time และปรับพารามิเตอร์การทดลองกลับขึ้นไปได้ในระดับนาที
  • การยกระดับชิ้นส่วนอุตสาหกรรมในประเทศ (COTS): การนำชิ้นส่วนเชิงพาณิชย์ทั่วไป (Commercial off-the-shelf) จากอุตสาหกรรมในไทย เช่น โอริงป้องกันการรั่วซึมจากของเหลว หรือถุงและระบบซีลท่อเกลียว มาพัฒนาและทดสอบจนผ่านมาตรฐานอวกาศสากล
  • ความพร้อมด้านการทดสอบมาตรฐานอวกาศในไทย: ความร่วมมือกับศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) ภายใต้ สวทช. ในการทดสอบจนผ่านมาตรฐาน MIL Standard ได้สำเร็จส่งผลให้ปัจจุบันประเทศไทยมีศักยภาพในการรับจ้างทดสอบมาตรฐานอวกาศให้แก่ต่างประเทศได้ในราคาที่แข่งขันได้
  • ความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับสากล (Cyber Security): ห้องปฏิบัติการ ณ อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒนของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ผ่านการรับรองความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูงสุดจาก NASA และ ESA (องค์การอวกาศยุโรป) ทำให้มีท่อสัญญาณตรงเชื่อมต่อกับสถานีอวกาศนานาชาติโดยมีความล่าช้า (Latency) ของสัญญาณเพียงประมาณ 1 วินาทีเท่านั้น
  • แพลตฟอร์มวิทยาศาสตร์แบบเปิด (Open Science and Platform): ทีมงานได้จัดทำระบบ Dashboard เพื่อให้ผู้ที่สนใจและนักวิทยาศาสตร์คนอื่น ๆ สามารถเข้ามาติดตามสถานะการทำงานสด ๆ ของ TIGERS-X บนอวกาศได้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเปิดโอกาสให้ร่วมเรียนรู้ไปพร้อมกัน

     10

     ด้าน ศาสตราจารย์ ดร. สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ได้กล่าวเพิ่มเติมด้วยความตื่นเต้นและยินดีอย่างยิ่งว่า “นี่คือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่และเป็นการ Breakthrough (ก้าวข้ามขีดจำกัด) ครั้งสำคัญของระบบวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศไทย ในอดีตตั้งแต่มีการศึกษาวิจัยเรื่องอวกาศมาเกือบ 100 ปี คนไทยทำได้เพียงแค่นั่งมองประเทศอื่นทำ แต่วันนี้ด้วยงบประมาณจากกองทุนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่ตั้งมา 7 ปี เราได้พิสูจน์แล้วว่าคนไทยสามารถผลิตเทคโนโลยีที่เป็นชิปอย่างกระบวนการ Lab-on-board ได้ด้วยตัวเอง เครื่องมืออุปกรณ์และท่อขนาดเล็กทั้งหมดล้วนเป็นฝีมือคนไทย และสื่อสารตรงสู่อวกาศได้ด้วยตัวเอง ซึ่งช่วยยกระดับคุณค่าชีวิตและความภาคภูมิใจของคนไทยให้ไปยืนอยู่ในห่วงโซ่มูลค่าระดับโลก (Global Value Chain) ของเศรษฐกิจอวกาศได้อย่างเต็มภาคภูมิ”

     บทสรุปและทิศทางการต่อยอดโครงการในอนาคต

     ความสำเร็จในการส่ง Lab-on-a-chip ขึ้นไปปฏิบัติการภายใต้สภาวะไร้แรงโน้มถ่วง (Microgravity) จะถูกนำไปต่อยอดเพื่อสร้างผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในอนาคตอันใกล้หลากหลายมิติ ดังนี้:

  • การปฏิวัติวงการยารักษามะเร็ง (Anti-Cancer Drug R&D): เทคโนโลยี Lab-on-a-chip นี้จะถูกต่อยอดนำไปใช้ทำแบบจำลองอวัยวะขนาดเล็ก (Organoid) หรือบรรจุเซลล์มะเร็งเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของยารักษามะเร็ง ซึ่งการทดลองภายใต้สภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำจะช่วยให้การผสมสารและการดูดซึมยาทำได้ดีขึ้นอย่างมาก ถือเป็นยุทธศาสตร์วิจัยหลักของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในการคิดค้นยารักษามะเร็งที่ออกฤทธิ์ได้เต็มประสิทธิภาพเฉพาะจุด 100% เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตของประชากรไทย
  • ด้านการแพทย์แม่นยำเฉพาะบุคคล (Personalized Medicine): องค์ความรู้พื้นฐานจากการผสมสารอาหารทางหลอดเลือดดำ (TPN) ที่ผสมได้กลมกลืนและมีประสิทธิภาพสูงขึ้นในอวกาศ จะถูกนำกลับมาออกแบบทฤษฎีการผสมสารอาหารและนวัตกรรมระบบอัตโนมัติในการผลิตอาหารทางการแพทย์ที่จำเพาะเจาะจงและปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับผู้ป่วยแต่ละบุคคลบนโลก
  • การสร้างเทคโนโลยีห้องไร้แรงโน้มถ่วง: สกสว. และทีมวิจัยตั้งเป้าหมายที่จะนำข้อมูลที่ค้นพบในภารกิจนี้ มาจำลองและสร้างโครงสร้างพื้นฐาน “ห้องจำลองสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง” ขึ้นในประเทศไทย เพื่อให้สามารถการพัฒนาศักยภาพการผลิตและพัฒนาอุตสาหกรรมยาและเครื่องมือแพทย์ขั้นสูงเฉพาะจุดได้เองในประเทศ  
  • การเป็นแพลตฟอร์มทดลองอวกาศเอนกประสงค์: ชุดทดลอง TIGERS-X ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน MIL Standard และผ่าน Cyber Security ท่อตรงสู่สถานีอวกาศของ NASA และ ESA แล้ว จะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มสำเร็จรูปที่เปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์และบริษัทนวัตกรรมทั้งในและต่างประเทศ โดยสามารถนำแผ่นชิป (Lab-on-a-chip) งานวิจัยใหม่ ๆ มาเชื่อมต่อและส่งขึ้นไปทดลองบนอวกาศได้ทันที ช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนลงได้มหาศาลและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอวกาศของไทยให้เติบโต

     11

     ทั้งนี้ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ยังได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งจะเดินทางมาเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการของโครงการ TIGERS-X เพื่อร่วมรับชมการเชื่อมต่อข้อมูลจากอวกาศ ในวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 ณ อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พร้อมร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดและปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การวางรากฐานสู่ประเทศรายได้สูงด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี”  ในงาน “CRA THINK SHARE : INNOVATIONS & INVENTIONS FORUM 2026” โครงการประกวดนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและการจัดแสดงนิทรรศการผลงานนวัตกรรมราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนและนวัตกรไทยรุ่นใหม่ต่อไป สามารถร่วมติดตามและเจาะลึกเบื้องหลัง TIGERS-X ภารกิจประวัติศาสตร์นี้ไปพร้อมกับศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ใน Live Shanergy X TIGERS-X วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 20.00 น. ทาง Facebook & YouTube - @YodchananWongsawat

ข้อมูลโครงการ TIGERS-X >> https://www.cra.ac.th/th/news_activities/view/TIGERS-X

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (URL: https://www.cra.ac.th )

เผยแพร่ข่าว : นางสาวเยาวลักษณ์  ทับช้างโท

สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
กลุ่มสื่อสารองค์กร
โทรศัพท์ 0 2333 3700
E-mail : pr@mhesi.go.th
Facebook : MHESIThailand
Instagram : mhesithailand
Tiktok : @mhesithailand
X (Twitter) : @MHESIThailand
YouTube : @MHESIThailand

สกอ.จัดประชุมชี้แจงการจัดทำข้อมูลรายบุคคลโรงเรียนสาธิตตามมาตรฐานข้อมูลกลาง กระทรวงศึกษาธิการ ปีการศึกษา 2562 พลิกโฉมสาธารณสุขไทย ! สวทช. จับมือ มข.-รพ.ร้อยเอ็ด ปั้นนวัตกรรมรามาน AI ‘SERS-TB’ ขับเคลื่อน ‘Wellness Economy’ หยุดภัยเงียบ “วัณโรคแฝง” มุ่งเป้า END TB อีสาน ปี 2578

เรื่องล่าสุด

ไทยทำได้! ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์  ...
ข่าวสารหน่วยงาน
ไทยทำได้! ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แถลงความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ ผลิต “Lab-on-a-chip” ฝีมือคนไทย ย่อห้...
28 พ.ค. 2569
ปลัดกระทรวง อว. หารือ JICA สาน ...
ข่าวผู้บริหาร สป.อว.
ปลัดกระทรวง อว. หารือ JICA สานต่อความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่น ผลักดันการพัฒนากำลังคนและเทคโนโลยีขั้นสูง รอ...
28 พ.ค. 2569
อว. เปิดฉากยิ่งใหญ่! “มศว เกมส ...
ข่าวผู้บริหาร สป.อว.
อว. เปิดฉากยิ่งใหญ่! “มศว เกมส์” กีฬาบุคลากรมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 42 ชูแนวคิด “Health & ...
28 พ.ค. 2569

กระทรวงการ อว.

  • อว.พารับส่วนลด
    • รวมรายการสินค้าและบริการ
    • ท่องเที่ยว
    • อาหาร
    • บริการ
    • ชอปปิง
  • User Menu (Discount)
    • เนื้อหาของฉัน
    • แก้ไขข้อมูลส่วนตัว
    • ออกจากระบบ
  • เมนูหลัก
    • หน้าหลัก
    • แนะนำหน่วยงาน
      • ความเป็นมา
      • วิสัยทัศน์ พันธกิจ
      • นโยบาย/ยุทธศาสตร์กระทรวง
      • เครื่องหมายราชการ และ ตราสัญลักษณ์กระทรวง
      • โครงสร้างภารกิจกระทรวง
      • โครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ
      • ผู้บริหารกระทรวง
      • เกี่ยวกับซีไอโอ
      • ลิงก์หน่วยงาน
      • ​กฎหมาย/กฎเกณฑ์
    • โครงการกระทรวง
    • ทุนกระทรวง
      • ทุนกระทรวงทั้งหมด
      • ทุนพัฒนาอาจารย์
      • ทุนสำหรับนิสิต/นักศึกษา
      • ทุนวิจัย
    • บริการ
      • บริการทั้งหมด
      • สถาบันอุดมศึกษา
      • นิสิต/นักศึกษา
      • อาจารย์
      • นักวิทยาศาสตร์/นักวิจัย
      • ผู้ประกอบการ
      • ภาครัฐ
    • ข่าวและประกาศ
      • ประมวลภาพกิจกรรม "น้อมรำลึก ในหลวง ร.9"
      • ภาพข่าวและกิจกรรม
        • ข่าวรัฐมนตรี
        • ข่าวผู้บริหาร สป.อว.
        • ข่าวสารหน่วยงาน
      • ข่าวสารและประกาศ
        • ข่าวประกาศ
        • ประกาศงานบุคลากร
        • ข่าวประชุม อบรม สัมนา
        • ข่าวสารน่าสนใจ [พรบ.ข่าวสาร]
    • คลังข้อมูล
      • เอกสารเผยแพร่กระทรวง
      • เอกสารเผยแพร่จากภายนอก
      • e-Book เพราะเธอเป็นลมหายใจ
      • e-Book S&T Series
      • อินโฟกราฟิก
      • วีดิทัศน์
      • โมไบล์แอปพลิเคชัน
        • สำหรับ iOS
        • สำหรับ Andriod
    • ศูนย์บริการร่วม
      • ความเป็นมาศูนย์บริการประชาชน
      • รางวัลและผลงานเด่น
      • ติดต่อศูนย์บริการร่วม
      • สาระน่ารู้
  • แนะนำหน่วยงาน
    • ความเป็นมา
    • วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • นโยบาย/ยุทธศาสตร์กระทรวง
    • โครงสร้างภารกิจกระทรวง
    • ผู้บริหารกระทรวง
    • โครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ
    • ลิงก์หน่วยงาน
    • กฏหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ
    • เกี่ยวกับซีไอโอ
  • ทุนกระทรวง
    • ทุนกระทรวงทั้งหมด
    • ทุนพัฒนาอาจารย์
    • ทุนสำหรับนิสิต/นักศึกษา
    • ทุนวิจัย
  • ภาพข่าวและกิจกรรม
    • ภาพข่าวและกิจกรรม
    • ข่าวผู้บริหาร
    • ข่าวสารหน่วยงาน
  • เมนูอื่นๆ
    • กฐินพระราชทาน
    • Thai University Consortium
    • ห้องสมุด อว.
    • ค้นหา
    • คำถามที่พบบ่อย
    • แบบฟอร์มร้องเรียน
    • ติดต่อกระทรวง
    • แผนผังเว็บไซต์
    • สถิติการเข้าชมเว็บไซต์
    • เข้าสู่ระบบ/ออกจากระบบ

map แผนที่และการเดินทาง

faqคำถามที่พบบ่อย

faqเสนอแนะ/ร้องเรียน

faqแผนผังเว็บไซต์

กระทรวง อว.

แอปพลิเคชั่นทั้งหมดของกระทรวง

ios app andriod app 

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.

WCAG 2.0 (Level AAA)

ติดตามเราได้ที่   facebook twitter youtube This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.