อว. ชูความสำเร็จ "Thai KOSEN - NEXUS" รับวาระ 140 ปี ความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น ผนึกกำลัง MEXT เดินหน้าพัฒนากำลังคนและนวัตกรรมสู่ความยั่งยืน เนื่องในโอกาสที่ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยและประเทศญี่ปุ่นกำลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 140 ในปี 2570 ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศได้กระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม จนทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่มีความร่วมมือด้านการวิจัยกับญี่ปุ่นอย่างแข็งขันที่สุดในภูมิภาคอาเซียน

วันที่ 22 กันยายน 2569 นางวัฒนาโสภี สุขสอาด ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และแผนการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย ดร.จิตติ มังคละศิริ รองผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ดร.สมิทธ์ เล็กเนตรทิพย์ นักวิเคราะห์อาวุโส บพค. และนายศรัณย์ วัชราภัย ผู้อำนวยการกลุ่มขับเคลื่อนทุนมนุษย์นานาชาติ กองการต่างประเทศ สป.อว. ได้ให้การต้อนรับนายฮาระ คัตสึฮิโกะ (Mr. HARA Katsuhiko) ผู้ช่วยรัฐมนตรีและอธิบดีกรมกิจการระหว่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศญี่ปุ่น (MEXT) และคณะ เพื่อหารือความร่วมมือการดำเนินโครงการจัดตั้งสถาบันไทยโคเซ็น และโครงการ NEXUS ณ ห้องประชุม ชั้น 5 อาคารอุดมศึกษา 1 สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ในโอกาสนี้ นายฮาระ คัตสึฮิโกะ ได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทยและกระทรวง อว. พร้อมแสดงความภาคภูมิใจต่อความสำเร็จของโครงการจัดตั้งสถาบันไทยโคเซ็น (Thai KOSEN) ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างสองประเทศ ปัจจุบันสถาบันไทยโคเซ็นสามารถผลิตวิศวกรนักปฏิบัติเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมแล้วกว่า 200 คน โดยกระทรวง MEXT และสถาบันเทคโนโลยีแห่งชาติญี่ปุ่น (NIT) มีความมุ่งหวังและพร้อมให้การสนับสนุนที่จะขยายความร่วมมือโครงการไทยโคเซ็นในระยะต่อไป ทั้งด้านการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและโอกาสในการศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น
นอกจากนี้ กระทรวง MEXT ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแลกเปลี่ยนด้านการวิจัยและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านโครงการ NEXUS (Networked Exchange, United Strength for Stronger Partnerships between Japan and ASEAN) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือและทุนสนับสนุนภายใต้ Japan Science and Technology Agency (JST) ขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดเลือกโครงการวิจัยด้านวัสดุขั้นสูง (Advanced Materials) และเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงการแลกเปลี่ยนนักวิจัยรุ่นใหม่ภายใต้โครงการ Y-tec (Young Talents Exchange and Capacity Development Program) ของ NEXUS มีแผนการแลกเปลี่ยนเยาวชนไทย-ญี่ปุ่นประมาณ 150 คน โดยเน้นด้านเทคโนโลยีชีวภาพเป็นหลัก นอกจากนี้ โครงการ Sakura Science ของญี่ปุ่นได้เชิญเยาวชนที่มีความสามารถมาสัมผัสประสบการณ์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของญี่ปุ่นโดยตรง โดยในปีงบประมาณ 2568 มีเยาวชนไทยได้รับเชิญ 171 คน ซึ่งมากที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียนอีกด้วย

ด้าน นางวัฒนาโสภี สุขสอาด กล่าวขอบคุณกระทรวง MEXT และรัฐบาลญี่ปุ่นที่ให้การสนับสนุนประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเงินกู้ ODA และการสนับสนุนทางวิชาการจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งชาติญี่ปุ่น (NIT) ซึ่งมีส่วนสำคัญที่ทำให้โครงการ Thai KOSEN ประสบความสำเร็จ เป็นกลไกสำคัญในการผลิตกำลังคนด้านวิศวกรรมที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ พร้อมยืนยันว่าฝ่ายไทยพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการสานต่อเจตนารมณ์ของโครงการในระยะต่อไป ทั้งนี้ ความสำเร็จเชิงประจักษ์จากการสำรวจความพึงพอใจจากภาคอุตสาหกรรม พบว่า ภาคอุตสาหกรรมให้คำชื่นชมและประทับใจในความสามารถของนักเรียนทุน Thai KOSEN ซึ่งต้องขอบคุณ หน่วยงานของรัฐบาลญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น NIT, EoJ, JICA, JCC, JETRO ที่มีส่วนช่วยผลักดันให้ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันไทยโคเซ็นได้เป็นที่รู้จักและยอมรับในศักยภาพของวิศวกร Thai KOSEN ที่สามารถสามารถผลิต Practical Engineering เข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย
ในโอกาสเดียวกันนี้ ดร.จิตติ มังคละศิริ รองผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ได้กล่าวเสริมถึงทิศทางความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างไทยกับญี่ปุ่นว่า "ความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่นในวันนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการแลกเปลี่ยนงานวิจัยเหมือนที่ผ่านมา แต่กำลังพัฒนาไปสู่การร่วมลงทุนอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านทุนวิจัย บุคลากร เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อผลักดันองค์ความรู้จากห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีแนวหน้าของประเทศในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาบุคลากรวิจัยรุ่นใหม่ให้มีขีดความสามารถในสาขาเทคโนโลยีแห่งอนาคต ทั้งด้านเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) เซมิคอนดักเตอร์ และควอนตัม ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในระยะยาว" โดย บพค. ได้วางกลไกความร่วมมือกับญี่ปุ่นไว้อย่างต่อเนื่องในหลายมิติ อาทิ ความร่วมมือกับ Japan Science and Technology Agency (JST) ผ่านกลไก Joint Call for Proposals ซึ่งดำเนินมาแล้วรวม 10 โครงการในด้าน Green Technology และ Biotechnology และในปี 2569 ได้ขยายขอบเขตสู่การพัฒนาวัสดุขั้นสูง (Advanced Materials) นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือผ่าน e-ASIA Joint Research Program ที่เชื่อมโยงนักวิจัยไทยกับเครือข่ายวิจัยในภูมิภาคเอเชีย ตลอดจนการเตรียมจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ National Institute of Information and Communications Technology (NICT) ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและ ICT ขั้นสูง และการสำรวจความร่วมมือกับภาคเอกชนญี่ปุ่นอย่าง OptQC Corp. ในสาขา Photonic Quantum Computing ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนเจตนารมณ์เดียวกันกับโครงการ NEXUS ในการยกระดับความร่วมมือวิจัยไทย–ญี่ปุ่นให้เป็นระบบนิเวศที่ครบวงจรและยั่งยืน

ในช่วงท้ายของการหารือ นางวัฒนาโสภี ยังกล่าวเสริมถึงความร่วมมือด้านการวิจัยว่า กระทรวง อว. โดย บพค. พร้อมสนับสนุนโครงการ NEXUS อย่างเต็มกำลัง และยินดีสนับสนุนนักวิจัยไทยเข้าร่วมงาน "1st NEXUS Symposium and Networking Event" รวมถึงโครงการ SATREPS และ e-Asia เพื่อยกระดับศักยภาพงานวิจัยของประเทศ และในการดำเนินโครงการจัดตั้งสถาบันไทยโคเซ็นระยะที่ 2 กระทรวง อว. อยู่ระหว่างการจัดทำข้อเสนอโครงการเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อขยายผลการจัดการศึกษาตามรูปแบบ KOSEN Education ไปยังสถาบันการศึกษาในภูมิภาค ซึ่งภาคอุตสาหกรรมยังแสดงความต้องการวิศวกร Thai KOSEN เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยต่อไป
เผยแพร่ข่าว : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ
ถ่ายภาพ : นางสาวปาลิตา ตระกูลพานิชย์กิจ
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
กลุ่มสื่อสารองค์กร
โทรศัพท์ 0 2333 3700
E-mail : pr@mhesi.go.th
Facebook : MHESIThailand
Instagram : mhesithailand
Tiktok : @mhesithailand
X (Twitter) : @MHESIThailand
YouTube : @MHESIThailand
Call Center 1313
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.