
เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับมอบหมายจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ให้เป็นสักขีพยานใน งานแถลงข่าวความร่วมมือในการขับเคลื่อนนวัตกรรมการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคในเรือนจำผ่านแอปพลิเคชัน “Traffy Fondue” และพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลแบบ Real-time ลดระยะเวลาตอบสนอง และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่ตามหลักสิทธิมนุษยชน ระหว่างกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงยุติธรรม โดยกรมราชทัณฑ์ และกระทรวง อว. โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

ในโอกาสนี้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในงานแถลงข่าวและพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) โดยมี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวง สธ. นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรคพันตำรวจเอก อิทธิกร จิรัตนานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยธ. นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวง ยธ. นางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวง ยธ. พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. นางวัฒนาโสภี สุขสอาด ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และแผนการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ตลอดจนคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานในกระทรวง อว. กระทรวง สธ. และกระทรวง ยธ. เข้าร่วม ณ ห้องประชุม Eternity โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ

ทพญ.ศรีญาดา กล่าวว่า กระทรวง อว. มีความมุ่งมั่นในการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาสร้างประโยชน์ให้กับประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ รวมถึงพื้นที่เฉพาะ เช่น สถานที่ควบคุมหรือเรือนจำ ซึ่งควรได้รับการดูแลด้านสุขภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ความร่วมมือในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการนำผลงานการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะแอปพลิเคชัน Traffy Fondue ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยสวทช. เพื่อเป็นแพลตฟอร์มในการรับแจ้งเหตุ ติดตามปัญหา และบริหารจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ การต่อยอด Traffy Fondue สู่การเป็นเครื่องมือเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคและภัยสุขภาพในเรือนจำ นับเป็นตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการทำงานเชิงรุก ทำให้สามารถรับรู้สถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ลดระยะเวลาในการตอบสนอง และสนับสนุนการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล (Data-driven Decision Making) อันจะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพการดูแลสุขภาพของผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่ และบุคลากรที่ปฏิบัติงานในเรือนจำได้อย่างยั่งยืน

ที่ปรึกษา รมว.อว. กล่าวต่อว่า การประยุกต์ใช้ Traffy Fondue ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับบริบทเรือนจำผ่าน 6 คุณลักษณะขั้นสูง ได้แก่
1. ระบบระบุตัวตนด้วย QR Code เฉพาะ: แก้ปัญหาการเปิดเผยพิกัดทางภูมิศาสตร์ (GPS) และข้อจำกัดอินเทอร์เน็ตในเรือนจำ
2. มองเห็นข้อมูลคู่ขนาน: จำกัดสิทธิ์ตามสายบังคับบัญชาทั้งกรมราชทัณฑ์และกรมควบคุมโรค ติดตามสถานการณ์แบบ Real-time
3. แจ้งเตือนอัตโนมัติพร้อม SLA: ประเมินและยกระดับการแจ้งเตือนทันทีหากการดำเนินงานล่าช้ากว่ากำหนด
4. บันทึก Timestamp ละเอียดระดับวินาที: ติดตามประวัติการทำงานและส่งออกข้อมูลเพื่อประเมินประสิทธิภาพ
5. Executive Dashboard: ประเมินการกระจายตัวของโรคผ่านแผนที่จุดเสี่ยง
6. ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สูง: ทำงานในระบบปิด (Closed System) ไม่บังคับเก็บตัวตนผู้ป่วย เคารพกฎหมาย PDPA
ด้าน นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า แม้เรือนจำจะเป็นพื้นที่ควบคุม แต่ไม่ใช่พื้นที่ปิดตาย เนื่องจากมีการหมุนเวียนของผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่ และญาติเยี่ยมตลอดเวลา หากเกิดการระบาดของโรคย่อมมีโอกาสแพร่กระจายสู่ชุมชนภายนอกได้ ซึ่งข้อมูลจากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ในปี 2568 สะท้อนถึงความสำคัญของการมีระบบเฝ้าระวังที่รวดเร็ว โดยพบเหตุการณ์การระบาดในเรือนจำรวมกว่า 91 เหตุการณ์
สถิติเหตุการณ์การระบาดในเรือนจำ ปี พ.ศ. 2568 (กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค)

รวมทั้งยังพบการระบาดของโรคติดต่ออื่น ๆ เช่น โรคไข้กาฬหลังแอ่น โรคปอดอักเสบ โรคสุกใส โรคหิดและโรคตาแดง แม้จะพบในจำนวนไม่มาก แต่ล้วนเป็นโรคที่ต้องได้รับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า การมีระบบแจ้งเหตุและตอบสนองที่รวดเร็ว เป็นปัจจัยสำคัญในการลดการแพร่กระจายของโรคและลดผลกระทบต่อทั้งผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่ และประชาชนโดยรวม ทั้งนี้ นวัตกรรม Traffy Fondue เวอร์ชันเฉพาะเรือนจำ อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบแจ้งเตือน (Alert) และฟังก์ชันยกระดับการแจ้งเตือน หากการสอบสวนโรคล่าช้าเกินกว่า 72 ชั่วโมง เพื่อส่งข้อมูลตรงไปยังส่วนกลางและรองอธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สามารถสั่งการบริหารจัดการภาวะวิกฤตได้ทันท่วงที และฟังก์ชันจะเริ่มเปิดใช้งานในปี พ.ศ. 2570
ด้าน พันตำรวจเอก อิทธิกร จิรัตนานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยธ. กล่าวว่า การถูกจำคุกเป็นการจำกัดเสรีภาพ แต่ไม่ใช่การจำกัดสิทธิในการได้รับการดูแลสุขภาพตามหลักสิทธิมนุษยชน อย่างไรก็ตาม การจัดบริการสุขภาพในเรือนจำต้องทำควบคู่กับความมั่นคงสูงสุด ทางกรมราชทัณฑ์จึงได้มีการนำนวัตกรรมนี้มาใช้เพื่อพัฒนาระบบการรักษาพยาบาลให้ดีขึ้น เพื่อให้การประสานงานและการจัดการข้อมูลต่างๆ สามารถทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
การเข้าไปดูแลหรือป้องกันควบคุมโรคในเรือนจำก็จะรวดเร็วตามไปด้วย เนื่องจากเมื่อพบความน่าสงสัยหรือสงสัยว่าจะเกิดการระบาดของโรคในเรือนจำ เจ้าหน้าที่สามารถคีย์ข้อมูลส่งตรงไปยังโรงพยาบาลแม่ข่าย กรมควบคุมโรค และกรมราชทัณฑ์ได้โดยทันที ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ (Real-time) และสามารถเข้าไปดำเนินการแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว สิ่งนี้จะทำให้การป้องกัน การควบคุม และการรักษาพยาบาลเป็นไปอย่างรวดเร็วและถูกต้องตามมาตรฐาน ช่วยยกระดับการทำงานได้มากยิ่งขึ้น
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.