สป.อว. เดินหน้า “โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” มุ่งยกระดับครูสมรรถนะสูง ภายใต้แนวคิด “Skills-First” ตั้งเป้าผลิตครูคุณภาพ 16,033 อัตรา บรรจุตรงภูมิลำเนา เริ่มคัดเลือกนักศึกษาปี 70

เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 69 นางสาววราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อชี้แจงแนวทาง “โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” และเกณฑ์การคัดเลือกหลักสูตร/สถาบันอุดมศึกษา และผู้เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อระดมสมองและชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนโครงการต่อเนื่อง หวังแก้จุดอ่อนระบบการศึกษาไทยและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของผู้เรียนให้ทัดเทียมนานาชาติ การประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย นายสุเมธ แย้มนุ่น ประธานอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น รองศาสตราจารย์ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ รองประธานอนุกรรมการฯ รองศาสตราจารย์มนตรี แย้มกสิกร อนุกรรมการฯ นายศุภโชค สุขมาก ผอ.กสค. หน่วยงานผู้ใช้ครู สพฐ. สอศ. กทม. สกร. อธิการบดี คณบดี ผู้แทนคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการผลิตและพัฒนาครู และเจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดกระทรวง อว. กว่า 200 คน เข้าร่วมฯ ณ ห้องเซเรนิตี้ แกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมเซนจูรี่ พาร์ค กรุงเทพมหานคร

นางสาววราภรณ์ กล่าวว่า ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ประจำปี 2569 โดย World Competitiveness Center (WCC) ภายใต้สถาบัน International Institute for Management Development (IMD) พบว่าปัจจัยด้านการศึกษาของไทยปรับตัวดีขึ้น 3 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 52 ของโลก ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สำคัญของภาคการศึกษาไทย หลังจากอันดับด้านการศึกษาปรับลดลงต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นทิศทางที่ดีในการพัฒนาการศึกษาของประเทศ ดังนั้น กระทรวง อว. จึงมุ่งพัฒนากำลังคนตามปรัชญาอุดมศึกษาใหม่ และร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานผู้ใช้ครูขับเคลื่อนโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2569 - 2582) ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เรียบร้อยแล้ว โดยได้รับการจัดสรรอัตราบรรจุจาก สพฐ. และ กทม. รวม 16,033 คน ในช่วงปี พ.ศ. 2574 - 2582

นางสาววราภรณ์ กล่าวต่อว่า โครงการระยะที่ 2 นี้ ถูกออกแบบมาเพื่อแก้จุดอ่อน (Pain Point) ของระยะแรก โดยมุ่งเน้นปฏิรูปหลักสูตรพร้อมกับการพัฒนาครูใหม่ ครูประจำการ โดยเน้นการปฏิบัติงานจริงในโรงเรียนฝึกหัดครูเพื่อร่วมพัฒนาวิชาชีพ (Teacher Training School: TTS) ภายใต้แนวคิด “Skills-First” กำหนดชุดทักษะ (Skill Set) สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ ทักษะการเรียนรู้แบบ Active Learning, ทักษะการวิจัยเพื่อปรับปรุงการสอน, ทักษะในชุมชนการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ (PLC) และทักษะด้านภาษาและดิจิทัล โดยจะมีการออก Skill Transcript (ใบแสดงผลการศึกษาบนหลักสูตรฐานทักษะ) เพื่อรับรองสมรรถนะของครูทุน และใช้เครื่องมือวัดผลระดับนานาชาติอย่าง PISA/PISA Like ประเมินทักษะของนักเรียนในโรงเรียน TTS เป็นตัวบ่งชี้ความสำเร็จ

"การดำเนินงานขั้นต่อไปจะเป็นการคัดเลือกหลักสูตรและสถาบันอุดมศึกษาฝ่ายผลิต โดยพิจารณาคะแนนจาก 2 ส่วนสำคัญ คือ คะแนนสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู B-License (ค่าน้ำหนักร้อยละ 80) และสัดส่วนบัณฑิตที่ได้บรรจุจากโครงการระยะที่ 1 (ค่าน้ำหนักร้อยละ 20) การกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นการกำหนดเพื่อให้ทันกับการคัดเลือกนิสิตนักศึกษาเข้าศึกษาในสถาบันฝ่ายผลิตครู ในปีการศึกษา 2570 ซึ่งในปีต่อไป สป.อว. จะมีการติดตามประเมินผล และจะมีการปรับเกณฑ์ให้เหมาะสมในปีต่อไป โดยเบื้องต้นในปีการศึกษา 2570 มีแผนรับนักศึกษารุ่นแรก 1,552 อัตรา ผ่านสถาบันฝ่ายผลิตครูที่ผ่านเกณฑ์เข้าร่วมโครงการ ส่วนการคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการจะใช้ระบบ TCAS คัดเลือกผู้สำเร็จการศึกษาชั้น ม.6 ที่มี GPAX ไม่ต่ำกว่า 3.00 และพิจารณาค่าน้ำหนักคะแนน TGAT, TPAT2, TPAT5 และ A-Level โดยต้องได้คะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ซึ่งนักศึกษาทุนที่จะได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูตรงภูมิลำเนาเมื่อสำเร็จการศึกษา จะต้องรักษาเกรดเฉลี่ยสะสม (GPAX) ตลอดหลักสูตร วิชาเอก และวิชาชีพครูไม่ต่ำกว่า 3.00 สอบได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นต้น (B-License) และมีผลคะแนนทดสอบภาษาอังกฤษผ่านเกณฑ์ที่โครงการกำหนด" รองปลัดกระทรวง อว. กล่าว
ทำข่าว : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ
ถ่ายภาพ : นายจรัส เล็กเกาะทวด
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
กลุ่มสื่อสารองค์กร
โทรศัพท์ 0 2333 3700
E-mai l: pr@mhesi.go.th
Facebook : MHESIThailand
Instagram : mhesithailand
Tiktok : @mhesithailand
X (Twitter) : @MHESIThailand
YouTube : @MHESIThailand
Call Center 1313
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.