
เกียวโต, ญี่ปุ่น (4 ต.ค. 2569) – ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทวิภาคี ร่วมหารือกับ นายเซกิ โยชิฮิโระ รมว.การศึกษา วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศญี่ปุ่น (MEXT) นอกรอบการประชุม STS forum ครั้งที่ 23 เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมระหว่างสองชาติ

ศ.ดร.ยศชนัน เปิดเผยหลังการหารือว่า ในอดีตญี่ปุ่นถือเป็นพันธมิตรสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ไทยผงาดสู่การเป็น “Detroit of Asia” หรือฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของภูมิภาค ทว่าในปัจจุบัน ทั้งสองประเทศกำลังเร่งทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อค้นหา "เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่" (New Engine of Growth) โดยพุ่งเป้าไปที่การผลักดันอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ เศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy), เทคโนโลยีควอนตัม, Physical AI, หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ และเศรษฐกิจไฮโดรเจน

สำหรับการเตรียมความพร้อมรองรับอุตสาหกรรมใหม่ดังกล่าว ไทยได้เดินหน้าโครงการ 'Skill Bridge' เพื่อสำรวจและยกระดับทักษะแรงงานในภาคอุตสาหกรรมให้ก้าวทันเทคโนโลยี ในขณะที่ด้านโครงสร้างพื้นฐานการวิจัย ประเทศไทยอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนเครื่องใหม่ ภายใต้ความร่วมมือกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) และทีมนักวิจัยญี่ปุ่น

นอกจากนี้ การหารือครั้งนี้ยังได้ขยายผลไปถึงการวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานวิจัยขั้นสูงอื่น ๆ ร่วมกัน รวมถึงแนวทางการบูรณาการระหว่างหน่วยงานให้ทุนวิจัยของทั้งไทยและญี่ปุ่น เพื่อร่วมสนับสนุนทุนแก่โครงการวิจัยของสองประเทศในอนาคต
ด้าน นายเซกิ โยชิฮิโระ กล่าวย้ำว่า ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่นในมิติด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มีพลวัตการแลกเปลี่ยนด้านการวิจัยร่วมกับญี่ปุ่นอย่างคึกคักที่สุดในภูมิภาคอาเซียย

ทั้งนี้ เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูงที่สำคัญ โดยทำหน้าที่เร่งอิเล็กตรอนให้มีความเร็วใกล้เคียงแสงในวงแหวนขนาดใหญ่ เพื่อผลิตแสงความเข้มสูงสำหรับใช้เจาะลึกวิเคราะห์โครงสร้างวัสดุระดับอะตอม ซึ่งสามารถต่อยอดการใช้ประโยชน์ได้หลากหลายมิติ ทั้งอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ การแพทย์และยา นวัตกรรมเกษตรและอาหาร รวมถึงวัสดุขั้นสูง
สำหรับเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนเครื่องใหม่ของไทย ภายใต้ชื่อ 'Siam Photon Source-II' (ระดับพลังงาน 3 GeV) จะถูกตั้งอยู่ที่วังจันทร์วัลเลย์ จ.ระยอง ภายในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) ซึ่งคาดการณ์ว่าเมื่อแล้วเสร็จ จะเป็นเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เผยแพร่ข่าว : นางสาวเยาวลักษณ์ ทับช้างโท
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
กลุ่มสื่อสารองค์กร
โทรศัพท์ 0 2333 3700
E-mail : pr@mhesi.go.th
Facebook : MHESIThailand
Instagram : mhesithailand
Tiktok : @mhesithailand
X (Twitter) : @MHESIThailand
YouTube : @MHESIThailand
Call Center 1313
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.