
เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)ปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ COET International Conference 2026 ซึ่งจัดโดยสภาวิศวกร เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเทคโนโลยี ทักษะวิศวกรรมอนาคต การขับเคลื่อน AI และ Net Zero พร้อมร่วมสนับสนุนบทบาทของวิศวกรไทยในฐานะผู้สร้างนวัตกรรมระดับโลก โดยมี ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. ผู้ประกอบอาชีพวิศวกร ตลอดจนนิสิตนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ เข้าร่วม ณ ห้องวิศวภิวรรธน์ ชั้น 7 อาคารสภาวิศวกร

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยและหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังมุ่งหน้าสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูง ดังนั้นการสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ จึงเป็นวาระสำคัญเร่งด่วน ซึ่งต้องอาศัยการวางรากฐานที่เข้มแข็งตั้งแต่ด้านการศึกษา การพัฒนาวิชาชีพ และการยกระดับสู่สากล โดยใช้ทักษะผู้ประกอบการเป็นตัวเชื่อมกลไกเข้าด้วยกัน ทั้งนี้ การสื่อสารเพื่อเชื่อมโยงกับนานาชาติมี 3 หัวใจสำคัญ ได้แก่ 1. การยกระดับมาตรฐานการศึกษาวิศวกรรมสู่สากลผ่านมาตรฐานทั้ง TABEE และ ABET เพื่อเชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนระดับนานาชาติ 2. การผลักดันวิศวกรสู่ผู้ประกอบการ โดยนำผลงานของนักศึกษา (Capstone Project) มาต่อยอดเชิงพาณิชย์ผ่าน University Holding Company และ 3. การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เพื่อเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยีมาเป็นผู้สร้างนวัตกรรม ขับเคลื่อนไทยสู่ประเทศรายได้สูง
รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า วิศวกรยุคใหม่จะต้องไม่เป็นเพียง “ผู้ใช้เทคโนโลยี” แต่ต้องก้าวไปสู่การเป็น "ผู้สร้างเทคโนโลยี" และเป็นวิศวกรผู้ประกอบการ (Entrepreneur Engineer) โดยสถาบันอุดมศึกษาต้องปรับบทบาทเป็นศูนย์บ่มเพาะ และเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) รวมทั้งนำกลไก University Holding Company มาช่วยสนับสนุนเงินทุนให้กับโครงงานของนักศึกษา เพื่อต่อยอดไปสู่การจดสิทธิบัตรระหว่างประเทศ การตั้งบริษัทสตาร์ตอัป และดึงดูดกลุ่มนักลงทุนเข้ามาร่วมลงทุนต่อไป

“ในยุคที่เทคโนโลยีและองค์ความรู้เชิงประยุกต์เปลี่ยนแปลงและล้าสมัยอย่างรวดเร็ว การเรียนรู้สิ่งใหม่ และการละทิ้งความรู้เดิมเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นการปูพื้นฐานความรู้อย่างคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี และแคลคูลัส จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะคงอยู่ยาวนานและช่วยให้วิศวกรสามารถต่อยอดความรู้ได้เสมอ ซึ่งหากไทยสามารถผลักดันวิศวกรให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลได้ ก็จะสามารถขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวทันอุตสาหกรรมใหม่ (New S-curve) ของโลกได้อย่างแน่นอน” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

ภายหลังการแสดงวิสัยทัศน์ ศ.ดร.ยศชนัน ได้เข้าเยี่ยมชมการนำเสนอผลงาน “Capstone Design Project” ของนักศึกษาจำนวน 8 ทีม ซึ่งได้รับคัดเลือกมาประชันไอเดียสร้างสรรค์ภายในงาน โดยหนึ่งในผลงานที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือผลงานวิจัยของนักศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ในโอกาสนี้ รองนายกฯ และ รมว.อว. ได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับตัวแทนนักศึกษา รวมถึงคณาจารย์จากอุเทนถวายอย่างเป็นกันเอง พร้อมทั้งชื่นชมในความตั้งใจและศักยภาพของผลงานวิจัยที่สามารถนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ได้จริง โดยได้กล่าวให้กำลังใจนักศึกษาว่า ผลงานและทักษะของน้อง ๆ ทุกคนมีคุณภาพที่ยอดเยี่ยม ขอให้ภูมิใจในความสามารถของตนเองและมุ่งมั่นพัฒนาต่อไป
นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ยังได้เปิดรับฟังและพูดคุยถึงข้อกังวลใจของนักศึกษาในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่า รัฐบาลและกระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับอนาคตของผู้เรียนเป็นอันดับแรก พร้อมจะเข้าไปช่วยดูแลและบริหารจัดการปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดและรอบคอบที่สุด เพื่อรักษาบรรยากาศการศึกษาให้ดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น และมั่นใจได้ว่าการเรียนการสอนจะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ และทุกคนจะสามารถสำเร็จการศึกษาออกไปเป็นวิศวกรคุณภาพที่ร่วมขับเคลื่อนประเทศชาติต่อไปได้แน่นอน
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.