เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ปาฐกถาในหัวข้อ “The Future - Ready You: Al กับอนาคตไร้ขอบเขต” พร้อมมอบรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศจากการแข่งขัน JUMP Thailand Hackathon 2026 เพื่อชิงถ้วยรางวัลพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 4 รางวัล โดยมี ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) คณะผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด อว. เข้าร่วม ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า หากเราไม่มีไม่มีอธิปไตยทางด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก็เท่ากับว่าเรากำลังฝากอนาคตของประเทศไว้ในมือของผู้อื่น ดังนั้นการใช้งาน AI ในปัจจุบันจึงไม่ควรหยุดอยู่แค่การเพิ่มผลิตภาพเพียงเท่านั้น แต่ต้องนำ AI มาสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ เพื่อดึงเม็ดเงินก้อนใหม่เข้าสู่ประเทศ ทั้งนี้ การจะสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจ AI ให้แข็งแกร่ง ต้องเริ่มจากสิ่งที่เรามีความได้เปรียบ โดยสามารถแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 5 ขั้นตอนดังนี้ ขั้นแรกคือการสร้าง Local Intelligence โดยดึงจุดแข็งด้านการเกษตรมารวมกับข้อมูลเชิงลึกจากหลายหน่วยงาน เพื่อใช้ AI คาดการณ์และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร โดยเน้นความร่วมมือที่ต้องให้คนไทยมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของเทคโนโลยี ขั้นที่ 2 คือการกระจายอำนาจทางเทคโนโลยีไปสู่ทุกภูมิภาค โดยใช้มหาวิทยาลัยทั่วประเทศเป็นศูนย์กลางในการทำ AI Transformation พร้อมตั้งเป้าสร้างประชากรที่มีความฉลาดรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Literacy) เพื่อต่อยอดสู่การเป็นผู้ประกอบการ ผ่านกลไกศูนย์บ่มเพาะและแหล่งทุน
รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า ในขั้นที่ 3 คือ การมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ ทั้งด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่างเป็นรูปธรรม และขั้นที่ 4 คือการค้นหาจุดยืนในห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์ในระดับโลก อย่างการริเริ่มโครงการ สยามซิลิก้า (Siam Silica) ที่ดึงจุดแข็งของไทยด้านชิปโฟโตนิกส์ (Photonic) และเซ็นเซอร์ มาพัฒนาบุคลากร โดยตั้งเป้าให้ไทยเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนสำคัญระดับโลก และขั้นที่ 5 คือการนำโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดมาสร้างเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) ที่ไม่ใช่แค่การรักษาพยาบาล แต่รวมถึงการใช้ไบโอเซ็นเซอร์ ข้อมูลจีโนมิกส์ และ AI เพื่อการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) หรือการคาร์บอนเครดิต ให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องและประเมินมูลค่าได้ด้วย AI
“เป้าหมายสูงสุดของการขับเคลื่อนทั้งหมดนี้ คือการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยจากยุค “Made in Thailand” ไปสู่ “Intelligence in Thailand” โดยมีมหาวิทยาลัยเป็นกลไกสำคัญในการสร้างนวัตกรรมและผู้ประกอบการ เพื่อเปลี่ยนดัชนีชี้วัดความสำเร็จ (KPI) จากเพียงแค่งานวิจัย ไปสู่การสร้างรายได้จริงที่จะผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงได้อย่างยั่งยืน” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

ทั้งนี้ การแข่งขัน JUMP Thailand Hackathon 2026 " เป็นความร่วมมือระหว่าง AIS Academy กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาจากทั่วประเทศ เข้าร่วมแข่งขันนวัตกรรมเพื่ออนาคตการศึกษาไทยโดยใช้เทคโนโลยีในยุคปัญญาประดิษฐ์ เพื่อให้ผู้เรียน หรือ ผู้สอน มีโอกาส มีทักษะ ก้าวทันโลกอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม MAMO มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กับนวัตกรรม "Wathasin" Al Speech Coach รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมรับเหมาก่อเรื่องมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กับนวัตกรรม "BrailleBox" รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม MR.BOBO จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กับนวัตกรรม "DEAFIN Education" และรางวัล Popular Vote ได้แก่ ทีม TLDR มหาวิทยาลัยขอนแก่น กับแพลตฟอร์ม "LearnLy"
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.