
เมื่อวันที่ 4 กันยายน ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “โครงการศึกษาวิจัยและแนวทางการส่งเสริมการตลาดสำหรับชิ้นส่วนดาวเทียม ครั้งที่ 2” โดยมี ทพ.ญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) รศ.ดร.ณัฐสิทธิ์ เกิดศรี หัวหน้าโครงการฯ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยผู้บริหารภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิจัย และผู้ประกอบการ เข้าร่วม ณ ห้องนิวยอร์ก โรงแรมคอนราด กรุงเทพมหานคร

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศของไทยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการจัดทำแผนพัฒนาที่เปิดให้หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ศูนย์วิจัย และภาคเอกชนเข้ามาร่วมกำหนดทิศทางตั้งแต่ต้น เพื่อประเมินศักยภาพและเติมเต็มช่องว่างของระบบให้ครบถ้วน ประเทศไทยมีพื้นฐานด้านอวกาศที่สำคัญอยู่แล้ว จึงควรนำจุดแข็งของแต่ละหน่วยงานมาเชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดแผนที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงและตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า การพัฒนา THEOS-2A ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของไทย โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วน Local Content และนำองค์ความรู้ด้านอวกาศมาต่อยอดกับอุตสาหกรรมที่ประเทศมีศักยภาพ อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ แมคคานิค และโครงสร้าง ควบคู่กับการส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี ทรัพย์สินทางปัญญา การทดสอบและรับรองมาตรฐาน ตลอดจนการพัฒนาผู้ประกอบการรายใหม่และสตาร์ตอัป นอกจากนี้ ควรเชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญและคนไทยด้านอวกาศที่ทำงานอยู่ในต่างประเทศกลับมาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายและกำลังคนด้านอวกาศของไทย
“การผลักดันอุตสาหกรรมอวกาศให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม ต้องมีระบบสนับสนุนที่ครอบคลุมทั้งกำลังคน โครงสร้างพื้นฐาน การวิจัยและพัฒนา การลงทุน และกลไกส่งเสริมผู้ประกอบการ โดยภาครัฐต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและการพัฒนาธุรกิจ ขณะที่ภาคเอกชนต้องร่วมสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ตลาด ซึ่งควรมองตลาดในระดับภูมิภาคและระดับโลก ไม่จำกัดเฉพาะความต้องการภายในประเทศ เพื่อให้เกิดการผลิตที่มีขนาดและความคุ้มค่าเพียงพอ ทั้งนี้ เทคโนโลยีอวกาศสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับภาคส่วนต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวาง ตั้งแต่การเกษตร การบริหารจัดการภัยพิบัติ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ จึงเป็นโอกาสในการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

ด้าน ดร.ปกรณ์ กล่าวว่า GISTDA พร้อมร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอวกาศไทย โดยโครงการนี้มุ่งศึกษาสถานการณ์และโอกาสของอุตสาหกรรมอวกาศโลก ควบคู่กับการประเมินศักยภาพของประเทศไทย โดยเฉพาะการต่อยอดจากฐานอุตสาหกรรมที่มีความเข้มแข็ง เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายโอกาสสู่ตลาดสากล การสัมมนาครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมให้สามารถนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ พร้อมพัฒนากำลังคนรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

สำหรับการสัมมนาเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีการวิเคราะห์แนวโน้มเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอวกาศ การเสวนาศักยภาพชิ้นส่วนดาวเทียมของผู้ประกอบการไทย การประเมินความพร้อมด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาดในระดับโลก รวมถึงการระดมความคิดเห็นเพื่อกำหนดแนวทางสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถยกระดับผลิตภัณฑ์และเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอวกาศและชิ้นส่วนดาวเทียมระดับโลก (Global Supply Chain) ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ทำข่าว : นางสาวพรชิตา รุกขชาติ
ถ่ายภาพ : นายธาตา กูลศรีโรจน์
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
กลุ่มสื่อสารองค์กร
โทรศัพท์ 0 2333 3782
E-mail : pr@mhesi.go.th
Facebook : MHESIThailand
Instagram : mhesithailand
Tiktok : @mhesithailand
X (Twitter) : @MHESIThailand
YouTube : @MHESIThailand
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.