
เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งได้รับมอบหมายจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. ให้เป็นประธานเปิดงาน KOSEN – KMITL Industrial Forum 2026 โดยมี นางสาววราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวง อว. นางวัฒนาโสภี สุขสอาด ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และแผนการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รศ.คร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคในโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รศ.ดร.ณัฐวุฒิ เดไปวา คณบดีสถาบันโคเซ็นแห่ง สจล. Mr. Toru Kajiwara อัครราชทูตและหัวหน้าฝ้ายเศรษฐกิจสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย Dr. Tadaomi Eguchi ผู้อำนวยการบริหารอาวุโส สถาบัน NIT และผู้จัดการโครงการสถาบันไทยโคเซ็น Ms. Rie Komahashi ผู้แทนอาวุโส องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศเเห่งญี่ปุ่น และ Mr. Takuya Morishita รองประธาน เจโทร กรุงเทพฯ เข้าร่วม ณ หอประชุมเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ทพญ.ศรีญาดา กล่าวว่า งาน KOSEN - KMITL Industrial Forum 2026 ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จครบรอบ 5 ปีของสถาบันโคเซ็น สจล. เท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการกำหนดทิศทางอนาคตของภาคอุตสาหกรรมไทย โดยกระทรวง อว. มุ่งมั่นที่จะผลักดันความร่วมมือข้ามพรมแดนนี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีทั่วโลก ไทยและญี่ปุ่นต่างมีวิสัยทัศน์ร่วมกันว่า ความก้าวหน้าในอนาคตขับเคลื่อนได้ด้วยคุณภาพของทรัพยากรบุคคล กระทรวง อว. จึงให้ความสำคัญสูงสุดกับการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผ่านโครงการโคเซ็นแห่งประเทศไทย (Thai KOSEN) ซึ่งนำมาตรฐานการศึกษาชั้นนำของญี่ปุ่นมาเป็นต้นแบบ เพื่อสร้างวิศวกรและนักนวัตกรรมที่มีทักษะขั้นสูงและพร้อมปรับตัวรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ

ทพญ.ศรีญาดา กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 8 ปีที่ระบบโคเซ็นดำเนินการในประเทศไทย โครงการนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันภาคอุตสาหกรรม ซึ่งความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งของภาคเอกชน ทั้งจากบริษัทข้ามชาติของญี่ปุ่นและองค์กรนวัตกรรมของไทย ที่ร่วมกันเปิดโอกาสและพัฒนาทักษะให้แก่วิศวกรรุ่นใหม่ งานในวันนี้จึงเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมที่สำคัญในการลดช่องว่างระหว่างภาคการศึกษา และ ภาคอุตสาหกรรม ทำให้นักศึกษาได้สัมผัสโลกของการทำงานจริงและเห็นเส้นทางอาชีพของตนเองชัดเจนขึ้น และถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง นำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนของประเทศไทยต่อไป

นางสาววราภรณ์ กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของการจัดการศึกษาแบบโคเซ็น (KOSEN) คือความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาคอุตสาหกรรม โดยผู้นำในภาคอุตสาหกรรมไม่ได้เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ แต่เป็นผู้ร่วมวางรากฐานระบบนิเวศทางการศึกษาอย่างแท้จริง ทั้งการร่วมพัฒนาหลักสูตรที่เข้มข้น การเป็นที่ปรึกษา และการมอบประสบการณ์การทำงานจริง การเชื่อมโยงภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเข้าด้วยกันนี้ ช่วยสร้างความมั่นใจว่า บัณฑิตจากสถาบันไทยโคเซ็นจะไม่เพียงแต่มีความเป็นเลิศทางวิชาการ แต่ยังเป็นนวัตกรที่ปรับตัวได้รวดเร็ว พร้อมปฏิบัติงานจริง และสามารถขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีตลอดจนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนได้ทันทีเมื่อก้าวสู่โลกการทำงาน การก่อตั้งสถาบันโคเซ็นแห่ง สจล. จึงถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลญี่ปุ่น โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมเพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม และมุ่งผลิตบุคลากรทักษะสูงที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค ผ่านการจัดการศึกษาตามมาตรฐานโคเซ็นของประเทศญี่ปุ่น เพื่อสร้างวิศวกรและนักปฏิบัติที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่างแท้จริง

“ความสำเร็จของโครงการไทยโคเซ็นสะท้อนให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมจากคุณภาพและศักยภาพของบัณฑิตทั้ง 3 รุ่นจาก KOSEN-KMITL ที่ได้รับการยอมรับและตอบรับเป็นอย่างดีจากภาคอุตสาหกรรม ซึ่งไม่เพียงเป็นความภาคภูมิใจของสถาบัน แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพของแนวทางการศึกษาใหม่นี้ในประเทศไทย ที่สามารถสร้างวิศวกรรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมได้ตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเป็นบุคลากรที่เพียบพร้อมทั้งความรู้ทางวิชาการ ทักษะการปฏิบัติงานจริง และความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่อย่างไม่หยุดนิ่ง“ รองปลัดกระทรวง อว. กล่าว

ในโอกาสนี้ ที่ปรึกษา รมว.อว. ยังได้นำคณะผู้บริหารเยี่ยมชมบูทจากบริษัทชั้นนำ ซึ่งมีจำนวนกว่า 50 บริษัท พร้อมเยี่ยมชมห้องเรียน/ห้องปฏิบัติการการเรียนการสอนสถาบันโคเซ็นแห่ง สจล. รวมทั้งพูดคุยกับนักเรียน โดยการจัดงานครั้งนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการเปิดโลกทัศน์และเตรียมความพร้อมสู่เส้นทางอาชีพในอนาคตให้กับนักศึกษา รวมถึงเป็นการตอกย้ำความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.