
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษา สำหรับนักเรียนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ระดับอุดมศึกษา ระหว่างสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) เพื่อเดินหน้าสร้างระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษา และผลักดันให้เกิดการศึกษาที่ไร้รอยต่ออย่างแท้จริง พร้อมขจัดอุปสรรคทุกรอยต่อด้วยนวัตกรรมและข้อมูล โดยมี นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง อว. ผศ.รัชด ชมภูนิช ประธานคณะกรรมการพัฒนาศักยภาพนิสิตนักศึกษา ทปอ. ผศ.ดร.นิพัทธ์ จงสวัสดิ์ ผู้แทน ทปอ.มทร. รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ ประธาน ทปอ.มรภ. รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย นายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดี มก. เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกำพล อดุลวิทย์ ชั้น 2 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า ตามนโยบายของ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อว. ได้เตรียมพร้อมมาตรการ TCAS70 เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายสูงสุด 3,150 บาทต่อคน ไม่ว่าจะเป็นฟรีค่าสอบ TGAT/TPAT 1-5 และ A-Level สูงสุด 7 วิชา ค่าสมัครรอบ 3 (Admission) สูงสุด 7 อันดับ ลดค่าสมัครรอบ Portfoio ลง 25% สำหรับนักเรียนในระบบ กสศ. ซึ่งจะช่วยเหลือนักเรียนได้มากกว่า 28,000 คน และเตรียมเปิดตัวระบบ TCAS เพื่อยืนยันตัวตนเด็กขาดแคลนในระบบได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทันทีภายในเดือนกรกฎาคม 2569 นี้
ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวต่อว่า กสศ. จะเป็นต้นทางในการใช้ระบบคัดกรองและส่งต่อฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ของเด็กที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ส่วน ทปอ. จะรับไม้ต่อเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลนี้เข้ากับระบบคัดเลือกกลาง (TCAS) และส่งต่อสิทธิ์ไปยังมหาวิทยาลัยได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ปล่อยให้ใครหลุดหายไปในระหว่างทาง พร้อมทั้งทำงานร่วมกับ สป.อว. ที่จะทำหน้าที่เป็นกลไกเชิงนโยบายในการส่งต่อข้อมูล ควบคุมกำกับดูแล และขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือร่วมกับสถาบันอุดมศึกษา ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมเชิงนโยบาย เช่น การลดค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบและการระดมแหล่งทุนการศึกษา และที่สำคัญที่สุดคือ ทปอ.มทร., ทปอ.มรภ. และ สสอท. ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติการในพื้นที่จริง จะร่วมเปิดสถาบันในเครือข่ายเป็นพื้นที่วิจัย พัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือ และคอยประคับประคองนักศึกษาทุนทุกคน

“นี่คือการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมโยง มหาวิทยาลัย ภาครัฐ เอกชนและแหล่งทุนอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน และผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในทันที คือในปีการศึกษา 2569 นี้ นักเรียนกลุ่มเป้าหมายของ กสศ. ที่เข้าสู่ระบบ TCAS70 ซึ่งคาดการณ์ไว้ที่ 34,000 ถึง 41,000 คน จะได้รับการดูแลและสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย” ปลัดกระทรวง อว. กล่าว
ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กสศ. กล่าวว่า จากข้อมูลเชิงสถิติของระบบ TCAS ตั้งแต่ปี 2565 - 2568 พบว่ามีนักเรียนทุนเสมอภาคยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยรวมแล้วถึง 85,363 คน โดยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญ และเมื่อเจาะลึกข้อมูลรายภูมิภาค พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นพื้นที่ที่มีนักเรียนทุนเสมอภาคยืนยันสิทธิ์เข้ามหาวิทยาลัยสูงที่สุดในประเทศ โดยสามารถจำแนกตามภูมิภาคได้ดังนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 34,531 คน ภาคกลาง 23,103 คนภาคเหนือ 13,175 คน ภาคใต้ 11,407 คน ภาคตะวันออก 2,513 คน ภาคตะวันตก 634 คนสำหรับสถาบันอุดมศึกษาที่มีนักเรียนทุนเสมอภาคยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษามากที่สุด 10 อันดับแรก พบว่า มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ครองอันดับ 1 ของประเทศติดต่อกัน โดยในปี 2568 มีจำนวน 3,040 คน หรือคิดเป็น 21.64% ของนักศึกษาเข้าใหม่ทั้งหมด และปี 2567 มีจำนวน 3,193 คน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 26% ของนักศึกษาใหม่ทั้งหมดตามมาด้วย สถาบันพระบรมราชชนก ที่มีสัดส่วนของนักเรียนทุนเสมอภาคสูงถึง 60% ของนักศึกษาใหม่ทั้งหมด 1,467 คน และอันดับสามมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี 1,181 คน มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ 1,089 คน ในปี 2568

ดร.กฤษณพงศ์ กล่าวต่อว่า ถึงแม้ตัวเลขการเข้าเรียนดูจำนวนมากแต่ยังมีเด็กอีกไม่น้อยที่ยังเข้าไปไม่ถึงฝัน เพราะกำแพงค่าใช้จ่ายที่สูง ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายช่วงรอยต่อของการเข้ามหาวิทยาลัยสูงถึง 12 เท่า เมื่อเทียบกับรายได้เฉลี่ยของครอบครัวยากจนพิเศษ ซึ่งต้องจ่ายทันทีเพื่อรักษาสิทธิ์โดยไม่สามารถผ่อนผันได้ นอกจากนี้ เด็กกลุ่มนี้ยังต้องเผชิญปัญหาการเข้าไม่ถึงแหล่งทุนการศึกษา ขาดการแนะแนวที่ตรงตามศักยภาพตลอดจนค่าใช้จ่ายในการย้ายถิ่นฐาน โดยปี 2568 มีนักเรียนที่ต้องย้ายถิ่นฐานข้ามภูมิภาคจำนวน 4,139 คน และข้าม จังหวัดในภูมิภาคเดียวกันอีก 10,934 คน นำไปสู่ค่าใช้จ่ายแฝงจำนวนมากที่ทำให้นักเรียนจำนวนหนึ่งต้องหลุดออกจากระบบ โดยความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนสำหรับเด็กใดเยาวชนไทยทุกคนต่อไป
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยนำร่อง 4 แห่ง ได้แก่ ม.เกษตรศาสตร์ ม.พะเยา ม.ราชภัฏนครราชสีมา และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่จะทำงานร่วมกับ กสศ. ปี 2569 วิเคราะห์ข้อมูลและจัดสรร ทุนการศึกษา เพื่อดำเนินการในปี 2570 ถือเป็นต้นแบบที่ขอให้มีการขยายผลไปยังมหาวิทยาลัยทุกแห่ง และกระทรวงจะผลักดันให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งดำเนินการตามต่อไป
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.