
เมื่อวันที่ 14 ต.ค 69 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ปฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Capital for Growth” ภายในงาน FUTURE-READY ECONOMY 2026 ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมคู่ขนานอย่างเป็นทางการ (Official Affiliated Programme) ของการประชุมประจำปี 2569 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) จัดโดย BRANDi and Companies และ BiOST, Institute of Systematic Transformation โดยมี ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ดร.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ โฆษกกระทรวง อว. ณ NEX Hall ชั้น 5 สยามพารากอน กรุงเทพฯ

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและการสร้างนวัตกรรมคือ “คน” ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างของประเทศสิงคโปร์ที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง จนสามารถพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Technology) พร้อมดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถจากทั่วโลกเข้ามาร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า สำหรับประเทศไทย การพัฒนาเศรษฐกิจจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กันทั้งการยกระดับอุตสาหกรรมเดิมและการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ โดยอุตสาหกรรมเดิม เช่น ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ ต้องเร่งเพิ่มผลิตภาพด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้งปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Physical AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งสามารถใช้แหล่งเงินทุนทั่วไป เช่น สินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ ขณะที่การสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่จากงานวิจัยและพัฒนา (R&D) โดยเฉพาะงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย เช่น เทคโนโลยีชีวการแพทย์ขั้นสูง การรักษาโรคมะเร็ง เซลล์บำบัด ยีนบำบัด และการแพทย์แม่นยำ จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากแหล่งทุนที่ยอมรับความเสี่ยงสูง เช่น เงินร่วมลงทุน (Venture Capital: VC) และเงินทุนจากนักลงทุนรายบุคคล (Angel Fund)

“มหาวิทยาลัยต้องเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการสร้างนวัตกรรมร่วมกัน (Open Science / Open Innovation) พร้อมปรับบทบาทของศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (Incubator) ให้เชื่อมโยงกับภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เอื้อต่อการทำงานร่วมกันระหว่างนักศึกษา นักวิจัย และภาคธุรกิจ โดยการดึงดูดเงินลงทุนในโครงการระยะกลางและระยะยาวจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนผ่านผลงานและผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพ สามารถพัฒนาต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้จริง” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวเพิ่มเติมว่า การสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมควรเริ่มต้นจากกิจกรรมเชิงปฏิบัติการที่เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ร่วมคิดและลงมือทำจริง เช่น การจัดกิจกรรม Hackathon เพื่อระดมความคิด พัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหา และสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ก่อนต่อยอดผลงานให้สามารถขยายผลได้ในวงกว้าง ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงงานวิจัยและนวัตกรรมเข้ากับแหล่งทุนและตลาด พร้อมผลักดันให้เกิดธุรกิจและอุตสาหกรรมใหม่ที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคต
ข่าว : นางสาวปาลิตา ตระกูลพานิชย์กิจ
ถ่ายภาพ : นายสุรกิจ แก้วมรกต
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
กลุ่มสื่อสารองค์กร
โทรศัพท์ 0 2333 3700
E-mail : pr@mhesi.go.th
Facebook : MHESIThailand
Instagram : mhesithailand
Tiktok : @mhesithailand
X (Twitter) : @MHESIThailand
YouTube : @MHESIThailand
Call Center 1313
![]()
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปสู่มาตรฐานในระดับสากล และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์นี้ โปรดแจ้งให้ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป
© 2020 Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. ALL RIGHTS RESERVED.